ทว่าเอ้อเหล่าเหยกลับสงบเยือกเย็นกว่า ถอนหายใจเอ่ยว่า “อีกครู่หนึ่งพวกเราจะเขียนจดหมายแจ้งข่าวร้ายไปให้จู้เกอของข้าและอี้เกอของเจ้า เรื่องนี้ปิดบังไม่ได้ ยิ่งปิดบังก็ไม่ได้ ต้องรีบจัดการให้เสร็จ มิเช่นนั้นเกรงว่าจะมีคนถวายฎีกากล่าวโทษพวกเขาแล้ว”
ซานเหล่าเหยแม้ว่าจะเหลวแหลก แต่ก็ยังรู้กฎเกณฑ์มารยาทข้อนี้
ผงกศีรษะอย่างแรง
ข่าวการเสียชีวิตของหนิงผิงโหวเฒ่า ในวังก็ทรงทราบอย่างรวดเร็ว
ฮ่องเต้ประทับในห้องทรงพระอักษร พระพักตร์บูดบึ้ง บัดนี้ในพระทัยกลับคิดคล้ายกับเอ้อเหล่าเหยและซานเหล่าเหย ต่างรู้สึกว่าหนิงผิงโหวเฒ่าช่างตายไม่เลือกวันดีจริงๆ
ดันมาตายในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้ นี่มิใช่ทำให้ผู้อื่นลำบากใจหรอกหรือ
พึงรู้เถิดว่า ตลอดครึ่งปีมานี้ ฟู่จืออี้ดำรงตำแหน่งขุนนางปกครองเมืองกานหนิงแห่งมณฑลซีเป่ย อีกทั้งดูแลการขนส่งเสบียงและยุทโธปกรณ์ ไม่เคยผิดพลาดแม้แต่น้อย
การจัดส่งเสบียงทั่วทุกหัวระแหง แล้วยังทำได้ราบรื่น ทันกาล ส่งถึงค่ายกลาทัพหน้า สิ่งนี้ต้องใช้ความพยายามมากเพียงใด ฝ่าบาทจะไม่ทรงทราบหรือ
ยิ่งกว่านั้น ฟู่จืออี้ที่กานหนิงยังต้องดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร นับตั้งแต่เขามาถึงกานหนิง ก็ยิ่งออกคำสั่งเรียกระดมพลให้ราษฎรกานหนิงบุกเบิกที่ดินรกร้างเพาะปลูกมันฝรั่งและมันหวานที่นำกลับมาจากหนานเยว่
อีกทั้งยังร่วมมือกับอ๋องจิ้น จัดตั้งกองกำลังทหารทำไร่ไถนาในพื้นที่ด้านหลังของค่ายทหาร ตามปกติแล้วทหารที่ปลดเวรจะได้รับภารกิจบุกเบิกไร่นา ปลูกมันฝรั่งและมันหวานเช่นกัน
พืชพันธุ์ทั้งสองชนิดนี้ ตอนที่ฟู่จืออี้ค้นพบ ได้ถวายเข้ามายังนครหลวงก่อนหน้านี้
