ลู่เจินเจินขำจนหงุดหงิด
จะเหลิงกันไปใหญ่แล้วใช่หรือไม่
ได้ รออีกประเดี๋ยวดูนางจะจัดการพวกมันอย่างไร
แต่ละคนจะเหิมเกริมกันไปถึงไหน
กัดกรามลากฟู่จืออี้แล้วทั้งคู่เดินตามเด็กทั้งสามออกไป
หน้ามีรถม้าเตรียมไว้แล้ว คันหน้าสุดเป็นของสมาชิกห้าคนในครอบครัว ส่วนสองคันหลังมีคุณนายอบรมเย่กับสาวใช้หญิงรับใช้อีกหลายคนนั่ง
ฟู่จืออี้บอกที่อยู่กับสารถี รถม้าก็บดล้อดังครืดคราดออกจากตรอก
สถานที่ที่หมายจะไปคือวัดฉางโซ่วชื่อดังประจำอำเภอหนิง เป็นอารามโบราณผ่านหลายราชวงศ์ อายุกว่าพันปี
นับเป็นวัดอันดับหนึ่งในเขตปกครองกานหนิงตะวันตกเฉียงเหนือ
วันที่แปดเดือนสี่อันเป็นวันประสูติของพระพุทธองค์ทุกปีจะมีศาสนิกชนผู้ศรัทธาแรงกล้าเดินทางนับพันลี้มาขอพร
ยามเทศกาล วัดฉางโซ่วก็จะคลาคล่ำด้วยธูปควันเทียนไฟ
ภายในวัดมีเจดีย์สูงองค์หนึ่ง ผู้คนเรียกว่าเจดีย์ฉางโซ่ว สูงห้าชั้น ทั้งองค์ก่อด้วยอิฐดินเหนียวผสมปูนขาว
ได้ยินว่าหากจุดประทีปนิรันดร์บนยอดเจดีย์จะคุ้มครองผู้ได้รับพรให้อายุยืนร้อยปี ไร้ทุกข์ไร้ภัย
ฟู่จืออี้แม้จะไม่ใคร่เชื่อถือ แต่ก็ยินดีจะเชื่อสักครั้งเพื่อภรรยาและบุตรที่อยู่เคียงข้าง
รถม้าออกจากอำเภอ เดินทางราวหนึ่งชั่วยามจึงถึงวัดฉางโซ่ว
วันนี้ไม่ใช่วันเทศกาล ทว่ายังพบผู้คนเดินทางมาขอพรที่วัดฉางโซ่วไม่ขาดสาย
ระยะห่างวัดฉางโซ่วราวหนึ่งลี้ สองข้างทางมีแผงขายของตั้งเรียงรายไม่น้อย
บ้างขายธูปเทียน บ้างขายของกิน บ้างขายของเล่นกระจุกกระจิก บ้างขายยันต์น้อยที่ว่ากันว่าผ่านการเจิมและสวดขอพรต่อหน้าพระพุทธรูปแล้ว
