เสิ่นเยี่ยนเหมือนจะเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่แล้ว
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปจับแขนคุณยายอีกครั้ง
เป็นอย่างที่คิด เงาร่างของคุณยายปรากฏขึ้นตรงหน้าซูชิวหรานอีกครั้ง
ในที่สุดซูชิวหรานก็เชื่อว่านี่ไม่ใช่ภาพหลอนอีกต่อไป!
เธอโผเข้ากอดคุณยายทันที ร้องไห้พลางพูดว่า “คุณยาย หนูคิดถึงคุณยายมากเลย!”
คุณยายเองก็ตื่นเต้นมากเช่นกัน เธอตบไหล่หลานสาว น้ำตาไหลอาบแก้ม “เด็กโง่ ไม่ร้องนะ ไม่ร้อง!”
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า เสิ่นเยี่ยนก็รู้สึกแสบตาขึ้นมาเล็กน้อย
ซูชิวหรานกอดคุณยายแน่น น้ำตาหยดแล้วหยดเล่า ไหล่สั่นสะท้านเป็นพัก ๆ ขณะร้องไห้
เสิ่นเยี่ยนยืนอยู่ข้าง ๆ มือยังจับแขนคุณยายไว้ไม่ยอมปล่อย
เขารู้ว่าถ้าปล่อยมือ คุณยายก็จะหายไปจากสายตาซูชิวหราน
“เด็กดี พอแล้ว ๆ ไม่ร้องนะ คุณยายอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เหรอ?”
แก้มที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของคุณยายก็มีคราบน้ำตาเช่นกัน แต่เธอยังคงตบไหล่หลานสาวเบา ๆ พลางปลอบโยน
“คุณยาย ตอนที่หนูจากมา คุณยายยังสบายดีอยู่เลย...” ซูชิวหรานพูดเสียงสะอื้น
เธอทั้งเศร้าและเสียใจที่ไม่ได้ใส่ใจให้มากกว่านี้
คุณยายยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้เธอ “เด็กโง่เอ๊ย เกิดแก่เจ็บตายล้วนเป็นเรื่องของชะตา ยายแค่จากหนูไปก่อนเวลาเท่านั้นเอง ไม่ร้องแล้วนะ”
ซูชิวหรานสูดจมูก พูดอะไรไม่ออกอีกต่อไป
เธอรู้ว่าที่คุณยายกลับมาปรากฏตัวตรงหน้าได้อีกครั้ง ก็เพราะผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คนนี้
“ที่จริงตอนนี้ยายเป็นห่วงหนูที่สุด หนูหัวแข็งมาตั้งแต่เด็ก อายุยี่สิบกว่าแล้วก็ยังไม่มีแฟน ไม่เคยเจอคนที่ชอบเลยหรือ?” คุณยายคงรู้สึกว่าบรรยากาศเศร้าเกินไป จึงเปลี่ยนเรื่องคุย
