เสิ่นเยี่ยนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ก็เห็นดวงตาคู่หนึ่งเป็นประกายอยู่ตรงหน้า
เจียงหลานนอนคว่ำอยู่บนอกเขาราวกับลูกแมว กำลังจ้องมองเขาอย่างหลงใหล
เสิ่นเยี่ยนเบือนหน้าหนี ไม่มองตาเธอ แล้วพูดเสียงเรียบว่า “เธอเล่นอะไรของเธอ? ฉันล็อกประตูจากด้านในแล้ว เธอเข้ามาได้ยังไง?”
“ฉันมีกุญแจนี่นา” เจียงหลานยื่นมือมาจับใบหน้าเขาให้หันกลับมา ก่อนจะพูดกลั้วหัวเราะว่า “ที่รัก เลิกทะเลาะกันเถอะ! กลับมาใช้ชีวิตด้วยกันดี ๆ ได้ไหม?”
เสิ่นเยี่ยนเงียบไป
ที่จริงแล้วไม่มีใครอยากใช้ชีวิตคู่ให้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถ้าไม่ใช่เพราะตั้งใจจะอยู่กับเธอจริง ๆ เขาคงไม่เฝ้าคลินิกเล็ก ๆ และใช้ชีวิตอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
เขารู้จักตัวเองดี เขาไม่ได้ไร้ความสามารถ และก็ไม่ได้ขี้เกียจ
แต่ครอบครัวที่เคยอยู่ดี ๆ กลับกลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาคอยยอมให้เธอ ยอมไปยอมมา เธอก็เลยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว
เจียงหลานมองใบหน้าหล่อเหลาและเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มท่ามกลางแสงจันทร์ น้ำเสียงของเธออ่อนลง “ที่รัก เมื่อวานฉันไม่ได้กลับมาฉลองวันครบรอบกับคุณ ฉันขอโทษนะ แต่เรื่องเต้นแนบชิดนั่น ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ”
สำหรับเธอ การยอมลดทิฐิและขอโทษนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
แต่เสิ่นเยี่ยนกลับไม่ได้หายโกรธง่าย ๆ แบบนั้น
ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ สุดท้ายเธอก็…ล้ำเส้นไปแล้ว
เสิ่นเยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างสงบว่า “เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะปล่อยผ่านกันได้ง่าย ๆ…ให้เวลาตัดสินทุกอย่างก็แล้วกัน”
เขาคิดในใจว่า หากเจียงหลานตัดขาดจากลู่เหยียนจือได้อย่างเด็ดขาดจริง ๆ พวกเขาก็ยังไม่ถึงกับต้องหย่ากัน ส่วนเรื่องเต้นแนบชิดนั้น เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็คงปล่อยวางได้ในที่สุด
