เมืองเทียนหนาน เขตวิลล่าริมทะเลสาบจิ่นหลี่
เสิ่นเยี่ยนยืนอยู่ในห้องรับแขก กดโทรหาภรรยา ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ที่รัก เลิกงานหรือยัง? ผมรอคุณอยู่ที่บ้านนะ”
วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานสามปีของพวกเขา บนโต๊ะในห้องรับแขกมีทั้งไวน์แดง เค้ก และกุหลาบวางเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
“ที่รัก...”
เจียงหลานเงียบไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงฟังดูลังเล “คืนนี้ฉันคงกลับช้าหน่อย บริษัทเพิ่งปิดดีลโปรเจกต์หนังได้ คืนนี้มีงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ ฉันต้องไปร่วมงานน่ะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าเสิ่นเยี่ยนชะงักไปเล็กน้อย แต่เขายังไม่ยอมแพ้ จึงพูดว่า “เลื่อนงานเลี้ยงไปวันอื่นไม่ได้เหรอ? วันนี้...เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรานะ!”
พอได้ยินเช่นนั้น ปลายสายก็เงียบไป
เสิ่นเยี่ยนเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
ผ่านไปหลายวินาที เจียงหลานจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด “ที่รัก งานเลี้ยงกำหนดไว้ตั้งนานแล้ว ในฐานะเจ้าของบริษัท ฉันจะทำให้ทุกคนหมดสนุกไม่ได้ ฉันจะพยายามกลับให้เร็วที่สุด แล้วค่อยฉลองกับคุณทีหลัง ดีไหม?”
รอยยิ้มบนใบหน้าเสิ่นเยี่ยนค่อย ๆ เลือนหาย น้ำเสียงหม่นลง “คุณต้องไปร่วมงานให้ได้เลยเหรอ? หรือเพราะว่า...งานเลี้ยงจัดให้เขา?”
“ที่รัก อย่าคิดไปเองสิ” เจียงหลานรีบอธิบาย “เหยียนจือมีส่วนช่วยให้ปิดดีลหนังเรื่องนี้ได้ก็จริง แต่งานเลี้ยงเป็นกิจกรรมของทีมงานทั้งโปรเจกต์ ไม่ได้จัดให้เขาคนเดียว”
เสิ่นเยี่ยนหัวเราะเย็นชา “อย่ามาหลอกกันเลย คุณหลอกตัวเองได้ แต่หลอกผมไม่ได้หรอก”
คำพูดนั้นทำให้เจียงหลานเดือดขึ้นมา เธอเองก็เริ่มโมโห “เลิกมโนไปเองได้ไหม? ฉันอธิบายไปกี่ครั้งแล้วว่าฉันกับเหยียนจือไม่มีอะไรกัน!”
“ก็แค่วันครบรอบวันเดียว ไม่ใช่ปีแรกที่ฉลองกันสักหน่อย ทางนี้มีคนรอฉันอยู่ตั้งหลายสิบคน โปรเจกต์เพิ่งเริ่มเดินหน้า ฉันเป็นเจ้าของบริษัท จะลุกออกไปตามใจชอบ แล้วคนข้างล่างจะมองฉันยังไง?”
“ฮะ ๆ ก็แค่วันครบรอบวันเดียวสินะ?”
เสิ่นเยี่ยนอ้าปาก ตั้งใจจะพูดอะไรต่อ
แต่เจียงหลานที่อยู่อีกฝั่งของสายหมดความอดทนแล้ว “พอเถอะ ทางนี้กำลังจะเริ่มงาน ไว้ค่อยคุยกัน”
ห้องรับแขกเงียบกริบลงในพริบตา
เสิ่นเยี่ยนมองโต๊ะที่จัดเตรียมไว้อย่างตั้งใจ แล้วจู่ ๆ ก็หมดอารมณ์ เขาหันหลังเดินไปที่ระเบียง จุดบุหรี่ขึ้นมามวนหนึ่ง
เขาสวมชุดลำลองอยู่บ้าน รูปร่างสูงสง่า หน้าตาหล่อเหลาและมีเสน่ห์ ไม่อย่างนั้นเมื่อก่อนคงไม่มีทางตามจีบเจียงหลาน สาวงามที่ใคร ๆ ก็เอื้อมไม่ถึงจนสำเร็จ
แน่นอนว่าเจียงหลานเองก็สวยโดดเด่นสะดุดตา
ในวัยยี่สิบหก เธอสลัดความไร้เดียงสาแบบเด็กสาวออกไปแล้ว ทั้งหน้าตาและรูปร่างล้วนอยู่ในระดับสุดยอด แถมยังเป็นประธานหญิงของบริษัทจดทะเบียน ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองเทียนหนาน
เสิ่นเยี่ยนมองท้องฟ้ายามค่ำ ภาพภรรยาคนสวยผุดขึ้นมาในหัว เขายิ้มเยาะตัวเอง
ตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย ทั้งคู่เป็นแฟนกัน และยังเป็นคู่รักที่ใคร ๆ ในมหาวิทยาลัยต่างอิจฉามากที่สุด
ตอนเรียนจบ เจียงหลานไม่สนเสียงคัดค้านของคนในครอบครัว ยืนกรานแต่งงานกับเขาทั้งที่เขาไม่มีอะไรเลย
ตอนนั้นเสิ่นเยี่ยนรู้สึกจริง ๆ ว่าตัวเองโชคดีเหมือนได้ของล้ำค่ามาครอง การได้แต่งงานกับเธอคือโชคดีที่สุดในชีวิต
หลังแต่งงาน เขาจึงทุ่มเททุกอย่างเพื่อเจียงหลาน
เจียงหลานออกไปสร้างอาชีพหาเงินเลี้ยงครอบครัว ส่วนเขารับหน้าที่งานบ้านทุกอย่าง เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในบ้านเธอไม่ต้องเป็นห่วงเลย
ตระกูลเสิ่นสืบทอดวิชาแพทย์มาหลายชั่วอายุคน คำสอนประจำตระกูลกำชับให้ลูกหลานรักษาผู้คนและช่วยชีวิตคน ห้ามปล่อยให้วิชาสืบทอดขาดตอน
ตัวเสิ่นเยี่ยนเองไม่ได้สนใจการเป็นหมอมากนัก แต่คำสอนของบรรพบุรุษจะละทิ้งไม่ได้
พอดีกับที่เจียงหลานยุ่งกับการเริ่มต้นธุรกิจ ไม่มีเวลาดูแลบ้าน เขาจึงเช่าคลินิกเล็ก ๆ แถวบ้าน ทุกวันตรวจคนไข้แค่ครึ่งวัน รักษาอาการปวดหัวตัวร้อนทั่วไปและสั่งยาสูตรพื้นฐาน นอกจากจะทำตามคำสอนตระกูลแล้ว ยังสะดวกต่อการดูแลบ้านด้วย
คนหนึ่งทำงานนอกบ้าน อีกคนดูแลบ้าน ชีวิตคู่ของพวกเขาเคยมีความสุขมาก
แต่แล้ว...
ตั้งแต่ต้นปีนี้ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
พูดให้ถูกคือ เมื่อสามเดือนก่อน
บริษัทของเจียงหลานเซ็นสัญญากับเด็กฝึกหัดหน้าใหม่ชื่อ ลู่เหยียนจือ
ตอนแรกเจียงหลานแค่พูดถึงเขาผ่าน ๆ เสิ่นเยี่ยนจึงไม่ได้ใส่ใจ
แต่ไม่นาน เจียงหลานก็พูดถึงลู่เหยียนจือบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ จนเสิ่นเยี่ยนเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ
ต่อมา เจียงหลานถึงขั้นรับลู่เหยียนจือเป็นน้องชายบุญธรรม แถมยังย้ายเขามาเป็นผู้ช่วยข้างกาย
พอรู้เรื่องนี้ เสิ่นเยี่ยนก็คัดค้านทันที บอกเธอชัดเจนว่าเขายอมรับไม่ได้
เขาไม่อยากให้ภรรยามีน้องชายบุญธรรมที่สนิทสนมกันขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ยิ่งทนไม่ได้ที่เธอเอาแต่พูดถึงผู้ชายคนอื่นทุกวัน
แล้วภรรยาตอบเขาว่ายังไง?
“เสิ่นเยี่ยน เป็นผู้ชายทั้งคน แต่คอยจับตาพนักงานในบริษัทของภรรยาอยู่ทุกวัน ไม่อายบ้างเหรอ?”
“เหยียนจือเพิ่งเข้ามาทำงาน ฉันดูแลเขาแล้วมันผิดตรงไหน? ถ้ามีเวลาหึง ก็เอาไปคิดว่าจะทำคลินิกให้ดีขึ้นยังไงดีกว่า”
“เป็นผู้ชายแท้ ๆ ทำไมใจแคบขนาดนี้ ถ้ายังทำแบบนี้อีก เราคงต้องคุยกันจริงจังแล้วนะ”
ทั้งคู่ทะเลาะกันเรื่องนี้หลายครั้ง แต่เจียงหลานไม่เปลี่ยนเลยสักนิด ยังคงทำตามใจตัวเองเหมือนเดิม
จนกระทั่งวันนี้
ภรรยาถึงกับเมินวันครบรอบแต่งงานของพวกเขา เพื่อฉลองความสำเร็จให้ลู่เหยียนจือ
เสิ่นเยี่ยนรู้สึกว่าชีวิตคู่ของพวกเขามีปัญหาแล้ว
เขาถอนหายใจเบา ๆ พึมพำเสียงต่ำ “เจียงหลาน คุณต้องการอะไรกันแน่”
หลังสูบบุหรี่หมดมวน เขาก็กลับเข้าห้องรับแขก
ผ่านมาตั้งนาน เจียงหลานยังไม่ส่งข้อความหรือโทรมาสักครั้ง ชัดเจนว่าสำหรับเธอ งานเลี้ยงสำคัญกว่าเขา
เสิ่นเยี่ยนรู้สึกอึดอัดใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เขาดูนาฬิกา พบว่าหกโมงแล้ว
เค้กสั่งทำตั้งแต่ช่วงบ่าย เขาเลือกด้วยตัวเอง ครีมแต่งหน้าเค้กประณีต รอบ ๆ ตกแต่งด้วยสตรอว์เบอร์รีที่เจียงหลานชอบเต็มไปหมด
ตามแผนเดิม อาหารจะเสร็จตอนหกโมงครึ่ง แล้วตัดเค้กตอนหนึ่งทุ่ม ทุกอย่างถูกคำนวณเวลาไว้อย่างดีแล้ว
แต่ตอนนี้อาหารในหม้อยังอุ่นอยู่ ส่วนคนที่ควรกลับบ้านกลับยังไม่เห็นแม้แต่เงา
เสิ่นเยี่ยนไม่อยากรอแล้ว เขาตัดเค้กชิ้นเล็ก ๆ มากินสองคำ แต่ไม่รู้สึกถึงรสชาติเลยสักนิด จึงวางลงทันที
จากนั้นเขาก็เก็บโต๊ะอาหารและห้องครัวเงียบ ๆ แล้วทำความสะอาดบ้านจนทั่ว
หลังสามทุ่ม เขาอาบน้ำอุ่น แล้วเอนตัวบนโซฟาเลื่อนดูคลิปสั้นฆ่าเวลา
ดูไปดูมา ร่างทั้งร่างของเขาก็แข็งทื่อขึ้นมา
คลิปบนหน้าจอโทรศัพท์ทำให้เขาหนาววาบไปทั้งตัว
นิ้วมือสั่นระริกขณะกดขยายภาพในคลิป
ในภาพ หญิงสาวแสนสวยคนหนึ่งกำลังแนบชิดกับผู้ชายในฟลอร์เต้นรำ
มือของฝ่ายชายโอบเอวหญิงสาวไว้แน่น ส่วนเธอเงยหน้าหัวเราะ ท่าทางสนิทสนมกันเป็นพิเศษ
ข้างหอแก้วแชมเปญตรงมุมภาพมีแท่นวางเค้กสามชั้น พนักเก้าอี้ผูกลูกโป่งสีชมพูไว้
เสิ่นเยี่ยนจ้องใบหน้าหญิงสาวคนนั้นเขม็ง รูม่านตาหดวูบ
เจียงหลาน!
ภรรยาของเขา!
ทั้งคู่กำลังเต้นแนบชิดกันอย่างยั่วยวนที่สุด
หัวข้อคลิปที่คนโพสต์เขียนไว้แทงตาอย่างยิ่ง: ขอให้ประธานเจียงกับพี่เหยียนจือครองรักกันจนแก่เฒ่า
เหยียนจือ
ลู่เหยียนจือ!
ชั่วพริบตา เสิ่นเยี่ยนก็เย็นวาบไปทั้งตัว เขายกมือกุมหน้าอกโดยไม่รู้ตัว หัวใจปวดบีบเป็นระลอก
ฮะ ๆ...น้องชายบุญธรรมที่ดีเสียจริง งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมเสียจริง!
ใบหน้าเสิ่นเยี่ยนซีดเผือด เขาฝืนยิ้มเย็นชา ปลายนิ้วสั่นเทาขณะบันทึกภาพหน้าจอคลิปเอาไว้
วินาทีถัดมา เขาก็ลุกพรวดจากโซฟา
ตอนนี้ดวงตาเสิ่นเยี่ยนแดงก่ำ ความอบอุ่นหยาดสุดท้ายในแววตาหายไปหมดแล้ว
เดิมทีเขาไม่ใช่คนที่จะยอมกล้ำกลืนความโกรธ และยิ่งไม่มีทางทำตัวเป็นเต่าหดหัว
ในเมื่อเห็นกับตาแล้ว เรื่องนี้ไม่มีทางจบลงง่าย ๆ แน่
เขาจะไปที่งานเลี้ยง!
