ซูอิ๋นลี่ตาเป็นประกาย มือคุ้ยชิ้นเนื้อในชามอย่างตื่นเต้น ก่อนเอ่ยว่า “ถ้าทุกคนแบ่งแต้มกันได้ไม่ต่ำกว่า 20,000 แต้ม ฉันกับเผยถูเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับสอง ยังไงก็ต้องได้แต้มมากกว่าแน่”
เกาจื้อเฉียงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กลืนเนื้อในปากลงไป สีหน้าเปี่ยมด้วยความอิจฉาอยู่หลายส่วน “เป็นผู้มีพลังพิเศษนี่ดีจริง ๆ ออกไปทำภารกิจรอบเดียวก็หาแต้มได้ตั้งมากมาย”
อิจฉาก็ส่วนอิจฉา แต่ในช่วงเวลาสั้น ๆ เขาไม่กล้าหวังว่าจะเก็บแต้มได้มากพอซื้อยากระตุ้นพลังพิเศษ
พ่อแม่ใช้เงินเก็บซื้อยามาให้เขากับพี่ชายคนละหลอดแล้ว ทว่าหลังจากทั้งคู่กินยาเข้าไปก็ไม่มีใครปลุกพลังพิเศษได้
แค่ยากระตุ้นพลังพิเศษหนึ่งหรือสองหลอดยังไม่พอจะทำให้ตื่นพลังได้
อีกอย่าง รุ่นก่อนหน้าของครอบครัวพวกเขาก็ไม่มีผู้มีพลังพิเศษ เขาคิดว่าถ้าอยากปลุกพลังให้ตื่น นอกจากต้องซื้อยากระตุ้นพลังพิเศษแล้ว คงต้องซื้อยาปรับปรุงสภาพร่างกายด้วย
ในฐานะคนธรรมดา เขาหาแต้มได้เดือนละไม่กี่พันแต้ม กว่าจะเก็บแต้มได้ครบจากการสะสมทีละนิดทีละหน่อย เขาก็คงเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว
ชาตินี้ความหวังของเขาริบหรี่เต็มที ทำได้เพียงตั้งใจทำงานเก็บแต้ม แล้วแต่งภรรยาสักคน มีลูกสักคน ลองใช้เงินเก็บทั้งชีวิตเปลี่ยนชะตาของคนรุ่นต่อไป
เมื่อมื้ออาหารสิ้นสุดลง สมาชิกทีมต่างทยอยลุกขึ้นกล่าวลา
สวี่จ้าวยิ้มแย้ม ส่งสมาชิกทีมทุกคนพร้อมกับเซี่ยซูหลานไปถึงประตูรั้วของฐาน
ส่งทุกคนเสร็จแล้ว สวี่จ้าวก็หันไปพูดกับเซี่ยซูหลาน “หนี้ 10 ล้านแต้มของเธอยังไม่ได้ไปให้สำนักงานรับรองหนี้อย่างเป็นทางการ พรุ่งนี้เช้าเราไปกัน”
