หลีหมิงเยวี่ยชะงักไปเล็กน้อย มือที่กำลังใช้พลังพิเศษไม่หยุดพลันหยุดลง ก่อนจะหันไปกอดสวี่จ้าวเบา ๆ เพื่อขอความปลอบใจสักนิด
เสียงของเธอติดขัดเล็กน้อย “ทำยังไงดี ลุงจวินยังไม่กลับมาเลย”
สวี่จ้าวปล่อยให้หลีหมิงเยวี่ยกอด พลางตบหลังอีกฝ่ายเบา ๆ เพื่อปลอบใจ “ลุงจวินเก่งมาก เราต้องเชื่อใจเขา”
หลีหมิงเยวี่ยซบหน้าลงบนไหล่สวี่จ้าว อารมณ์ที่เก็บกดมานานพลันเอ่อล้น เธอเริ่มร้องไห้เสียงเบา
“ฉันมองเขาเป็นเหมือนพ่อมาตลอด ฉันเป็นห่วงจริง ๆ...” หลีหมิงเยวี่ยสะอื้นพลางพูดพร่ำระบายอารมณ์
ช่วงบ่ายสวี่จ้าวไม่ได้ออกไปเก็บสมุนไพรกลายพันธุ์ เธออยู่ในรถบ้านเป็นเพื่อนหลีหมิงเยวี่ย
สองวันนี้เธอยุ่งอยู่กับการออกไปล่าสัตว์กับทีมล่าสัตว์ จนเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ พอดีจะได้พักผ่อนสักบ่าย
สตรอเบอร์รีบนโต๊ะชา ทั้งสองเก็บส่วนหนึ่งไว้กินในรถบ้าน ส่วนที่เหลือให้เหวินเซียวเอาไปแบ่งให้สมาชิกทีมล่าสัตว์
ราวหนึ่งทุ่ม หวังจวินกลับมาโดยแบกซ่งจือเหวยที่บาดเจ็บสาหัส หมดสติ และมีแผลทะลุช่องท้องอยู่บนบ่า
สวี่จ้าวกับหลีหมิงเยวี่ยรีบเดินออกจากรถบ้าน เมื่อหลีหมิงเยวี่ยเห็นว่าหวังจวินดูปลอดภัยดี ในที่สุดหัวใจที่แขวนค้างอยู่ก็คลายลง
เธอวิ่งเหยาะ ๆ ไปหาหวังจวิน แล้วถามอย่างเป็นห่วงว่า “ลุงจวิน พวกคุณเจออะไรมา คุณจือเหวยเป็นยังไงบ้าง”
หวังจวินส่งซ่งจือเหวยให้สมาชิกทีมที่รีบเข้ามารับอย่างระมัดระวัง ก่อนสั่งด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ในรถบ้านมียาเสริมฟื้นฟูแรงสูงไหม ไปเอามาสักหลอด ซ่งจือเหวยบาดเจ็บหนักมาก”
“มีค่ะ”
หลีหมิงเยวี่ยรีบวิ่งกลับไปที่รถบ้าน เปิดลิ้นชักเล็กใต้ตู้เย็นติดรถ หยิบยาเสริมฟื้นฟูแรงสูงออกมาหนึ่งหลอดแล้วยื่นให้หวังจวิน
