สวี่จ้าวหยิบข้าวปั้นไส้เนื้อออกมาจากมิติส่วนตัวหลายลูก กินรองท้องเป็นอาหารเช้าอย่างขอไปที ค่อย ๆ กินคู่กับน้ำต้มรากเหล็กจนหมด
การเข้าไปในป่าโห้วเฟิงครั้งนี้ เมื่อนับรวมหลีหมิงเยวี่ยกับสวี่จ้าวแล้ว ทั้งขบวนที่ออกเดินทางมีทั้งหมดสิบสองคน
สมาชิกทีมล่าสัตว์ออกไปสิบคน ส่วนสมาชิกอีกหกคนเฝ้าแคมป์ โดยซ่งจือเหวย ผู้มีพลังพิเศษธาตุดินระดับหก ก็อยู่ในกลุ่มคนเฝ้าแคมป์ด้วย
ในกลุ่มคนที่เฝ้าแคมป์ จำเป็นต้องจัดผู้มีพลังพิเศษระดับสูงไว้ประจำการหนึ่งคน
ก่อนออกเดินทาง สวี่จ้าวนำหมีดำกลายพันธุ์ที่หวังจวินล่าได้เมื่อคืนออกมาจากมิติส่วนตัว มอบให้สมาชิกที่เฝ้าแคมป์ช่วยกันชำแหละหนังกับเนื้อ
ทุกคนมุ่งหน้าไปยังส่วนลึกของป่าโห้วเฟิง โดยมีสวี่จ้าวกับหลีหมิงเยวี่ยอยู่กลางขบวนและได้รับการคุ้มกันจากทุกคน
ขบวนมุ่งลึกเข้าไปตามทางดินในป่า สมาชิกแถวหน้ากำมีดกระดูกไว้แน่น ฟันหญ้ากลายพันธุ์ที่ขวางทางเพื่อเปิดเส้นทาง
“เราจะไปทางไหนกัน” สวี่จ้าวถามหลีหมิงเยวี่ยที่อยู่ข้างกายด้วยเสียงเบา
หลีหมิงเยวี่ยตอบเสียงแผ่ว “ลองหาหมูป่ากลายพันธุ์กัน แถวป่าโห้วเฟิงมีฝูงหมูป่ากลายพันธุ์อาศัยอยู่”
หลังเดินทางมาราวหนึ่งชั่วโมง ทีมล่าสัตว์ก็ล่ากระต่ายป่ากลายพันธุ์ระดับสองได้หนึ่งตัว และไก่ป่ากลายพันธุ์ระดับหนึ่งอีกหนึ่งตัวระหว่างทาง
ตลอดการล่าครั้งนี้ สวี่จ้าวไม่จำเป็นต้องลงมือ เธอยืนอยู่ข้าง ๆ มองทีมล่าสัตว์ต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์อย่างเงียบ ๆ
เมื่อเหยื่อสิ้นใจสนิทแล้ว เธอถึงค่อยเดินเข้าไปเก็บมันเข้ามิติส่วนตัว
ส่วนหลีหมิงเยวี่ยนั้น ระหว่างที่สมาชิกกำลังล่า หากเหยื่อตัวไหนคิดหนี เธอจะเร่งพลังธาตุไม้ทันที ควบคุมหญ้าป่ากลายพันธุ์รอบ ๆ ให้รั้งเหยื่อไว้
