ฝ่าหิมะและลมหนาวมาตลอดทาง พอตกเย็น ขบวนรถก็มาถึงเขตปลอดภัย
สวี่จ้าวตามไปยังฐานของกลุ่มนักล่าหินดำก่อน จากนั้นเข้าไปในคลังของกลุ่มนักล่า แล้วนำปลาที่จับได้ระหว่างทางออกมา
หลังทีมล่าสัตว์ตรวจนับปลาที่นำออกมาเสร็จ สวี่จ้าวก็เอ่ยลา “ลุงจวิน พี่จือเหวย ฉันกลับบ้านก่อนนะคะ”
ซ่งจือเหวยเตือนว่า “หน่อไม้กลายพันธุ์ของฉันล่ะ”
สวี่จ้าวร้อง “อ๋อ!” ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ แล้วรีบนำหน่อไม้ของซ่งจือเหวยออกมาจากมิติส่วนตัว
ซ่งจือเหวยเดินเข้าไปตรวจดูหน่อไม้กลายพันธุ์ เห็นว่าหน่อไม้ทุกหน่อยังคงสดใหม่เหมือนเพิ่งขุดขึ้นมา
เธอพยักหน้าพอใจ ก่อนหันไปพูดกับหวังจวินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ไม่เลว พรุ่งนี้พวกเราจะได้กินปลาตุ๋นใส่หน่อไม้แล้ว”
หวังจวินพยักหน้าตอบซ่งจือเหวย แล้วกำชับสวี่จ้าวว่า “เช้าวันมะรืน ฉันจะไปรับเธอ”
วันนี้กับพรุ่งนี้ หวังจวินต้องนำทีมช่วยกันควักแกนสัตว์ออกจากตัวปลากลายพันธุ์ให้หมด
ทรัพยากรสำคัญอย่างแกนสัตว์จะสะเพร่าไม่ได้ ต้องรีบควักออกมาแล้วรวบรวมไว้ด้วยกันให้เร็วที่สุด
สวี่จ้าวรับคำ “ได้ค่ะ”
จังหวะเวลากำลังพอดี เธอเองก็ต้องใช้เวลาหนึ่งวันจัดการปลาที่อยู่ในมิติส่วนตัว
หลังออกจากฐานของกลุ่มนักล่าหินดำ สวี่จ้าวก็ขับรถสามล้อตีนตะขาบตรงกลับบ้าน
ก่อนขึ้นรถออฟโรดดัดแปลงกลับ เธอส่งข้อความหาคุณย่าหลีอวิ๋นตั่วล่วงหน้าแล้ว บอกว่ากำลังจะกลับถึงบ้าน
หลีอวิ๋นตั่วกับสวี่กั่งเตรียมอาหารมื้อเย็นอย่างดีไว้ที่บ้าน รอสวี่จ้าวกลับมากินด้วยกัน
พอสวี่จ้าวกลับถึงบ้าน เธอก็เข้าห้องไปถอดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายกับชุดป้องกันหนา ๆ ออกก่อน จากนั้นเข้าไปอาบน้ำอุ่นในห้องน้ำ แล้วค่อยออกมานั่งกินมื้อเย็นกับครอบครัวที่โต๊ะอาหาร
