เธอจัดวางท่อนไม้แห้งให้มั่นคง เปิดขวดน้ำมันสัตว์แล้วราดลงบนฟืน จากนั้นก็จุดไฟ
แม้ท่อนไม้แห้งจะเปื้อนหิมะที่ยังละลายไม่หมด ต่อให้ราดน้ำมันสัตว์ลงไป เปลวไฟก็ยังไม่ลุกโชนเท่าไร แต่ควันหนาทึบที่พวยพุ่งขึ้นมากลับมีกลิ่นฉุนแสบจมูก
สวี่จ้าวขยับเท้าถอยห่างจากกองไฟไปอีกระยะ
ตำแหน่งปากถ้ำที่ซ่งจือเหวยเลือกนั้นเหมาะเจาะอย่างยิ่ง ลมหนาวพัดผ่านปากถ้ำเข้าไปด้านใน พาควันหนาทึบลึกเข้าไปในถ้ำ
ราวหนึ่งชั่วโมงกว่า ซ่งจือเหวยก็ส่งข้อความมาติดต่อ บอกให้สวี่จ้าวไปเก็บเหยื่อ
สวี่จ้าวมุ่งไปยังปากถ้ำล่าสัตว์อีกแห่งตามตำแหน่งที่ซ่งจือเหวยแจ้งมา
เมื่อไปถึงปากถ้ำ ก็เห็นซากกระต่ายป่ากลายพันธุ์นอนกระจัดกระจายอยู่บนพื้นกว่าสิบตัว
ในนั้นมีเพียงกระต่ายป่ากลายพันธุ์ระดับสามหนึ่งตัว กับระดับสองสองตัว ที่เหลือล้วนเป็นระดับหนึ่ง
ซ่งจือเหวยชักมีดกระดูกออกจากเอวแล้วพูดกับสวี่จ้าวว่า “เราเอาแกนสัตว์ออกมาแบ่งกันก่อนเถอะ!”
สวี่จ้าวพยักหน้า หยิบมีดกระดูกวัวระดับห้าออกมาจากมิติส่วนตัว แล้วก้าวเข้าไปผ่ากะโหลกกระต่ายเพื่อเอาแกนสัตว์ออกมา
แกนสัตว์ระดับสามตกเป็นของซ่งจือเหวย
สวี่จ้าวแบ่งได้แกนสัตว์ระดับสองสองก้อน และระดับหนึ่งหกก้อน
ระหว่างที่ทั้งคู่ขุดเอาแกนสัตว์ออกมา พวกเธอก็รวบซากกระต่ายทั้งหมดมากองรวมกันไปด้วย สวี่จ้าวยกมือเก็บพวกมันเข้าไปในมิติส่วนตัว
แกนสัตว์ส่วนที่เป็นของซ่งจือเหวย เธอไม่ได้ส่งให้สวี่จ้าว แต่เก็บไว้ในกระเป๋าสะพายของตัวเอง
จากนั้นซ่งจือเหวยก็พาสวี่จ้าวไปยังโพรงหนูทุ่งกลายพันธุ์อีกแห่ง แล้วทำแบบเดียวกับเมื่อครู่
