วันที่สี่ เวลา 10 โมงเช้า ณ ท่าเทียบยาน K-0021 ของท่าอวกาศ เรือขนส่งแร่ขนาดใหญ่รุ่นโนอาลำหนึ่งซึ่งผิวภายนอกเต็มไปด้วยรอยสนิมและดูเก่าแก่ จอดนิ่งอยู่ตรงจุดเชื่อมต่อ
ฉินเจิงขับพีเอส-01 ที่กลับมาใหม่เอี่ยมทั้งลำเข้าสู่ท่าเรือ ด้านนอกแขนซ้ายที่ติดตั้งกลับเข้าไปใหม่มีโล่หกเหลี่ยมขนาดเล็กเพิ่มขึ้นมาอีกชิ้น ขอบโล่คมกริบ ส่วนผิวหน้าเคลือบด้วยวัสดุผสมกันกระแทกที่ให้สัมผัสคล้ายทราย
ทั่วทั้งตัวเมชาพ่นด้วยสารเคลือบป้องกันการตรวจจับสีเทาเข้ม สารเคลือบไม่ได้ปกปิดหลุมกระสุนและรอยเชื่อมบนตัวเครื่อง ช่างเหล็กจงใจเก็บร่องรอยเหล่านั้นไว้ เขาบอกว่านี่คือเหรียญเกียรติยศของทหารผ่านศึก
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือดาบฟันเรือรบที่สะพายอยู่ด้านหลังเมชา
คมดาบได้รับการลับและขัดใหม่จนสนิมถูกกำจัดออกไปจนหมด เผยให้เห็นสีของโลหะผสมดั้งเดิมที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ วัสดุนั้นเป็นโลหะผสมจากแผ่นเกราะเรือรบยุคแรกของจักรวรรดิ ทั้งหนักและเหนียวทนทาน
คมดาบที่ขัดใหม่เปล่งประกายสีเงินเทา คราบแดงคล้ำบนตัวดาบที่ล้างไม่ออกกลับยิ่งเห็นชัดขึ้นหลังการขัด ราวกับเป็นลวดลายเก่าแก่
ฉินเจิงขับพีเอส-01เดินมาตลอดทางโดยไม่มีเสียงเสียดสีโลหะแสบหูอีกต่อไป ฝีมือของช่างเหล็กยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง เมชาที่ผ่านการบำรุงรักษาทั้งลำเคลื่อนไหวพร้อมเสียงเครื่องจักรคำรามต่ำ ๆ อย่างทรงพลัง
เมชาเชียนจีรุ่นสามที่ติดตั้งโล่ปราบจลาจลเดินมาจากที่ไกล ๆ แล้วหยุดตรงหน้า พีเอส-01 ของฉินเจิง ก่อนถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจว่า
“คุณคือ...พีเอส-01 ที่แขนขาดเมื่อคราวก่อนใช่ไหม?”
