เช้าวันถัดมา เวลา 7:50 น. ท่าเรือเค-0517
ลั่วชิงหนิงยืนกอดอกอยู่หน้าประตูห้องโดยสารของยานลำเลียงชิงเหนียวลำเล็ก ขมวดคิ้วมองเมชา 4 เครื่องที่จอดเรียงอยู่ภายในยาน รวมถึงนักบินที่ยืนอยู่หน้าเมชาแต่ละเครื่อง
คนธรรมดาคนหนึ่ง คนอ้วนคนหนึ่ง แล้วก็เด็กอีกสามคน...?!
มองเมชาอีกที เมชาเสือฟันดาบรุ่นสองกับเมชาบ็อบแคทรุ่นหนึ่งก็ยังพอรับได้
แต่เมชาที่ถูกดัดแปลงจนจำสภาพเดิมแทบไม่ได้เครื่องนี้เป็นรุ่นอะไรกัน? รูปร่างเหมือนกระป๋องน้ำอัดลม เป็นทรงกระบอกตั้งแต่หัวจรดเท้า
ถ้าไม่มีตีนตะขาบอยู่ด้านล่าง ลั่วชิงหนิงคงคิดว่าของชิ้นนี้เป็นเสาสะพานไปแล้ว...
และที่ทำให้เธอพูดไม่ออกที่สุดคือเมชาเครื่องสุดท้าย เมชาผานสือรุ่นหนึ่ง!?!
เมชาจับการเคลื่อนไหวแบบมนุษย์!
แถมยังเป็นเมชาจับการเคลื่อนไหวแบบมนุษย์ที่แขนขาดไปข้างหนึ่ง!
ของแบบนี้ยังขยับได้อีกหรือ?
แม้ภารกิจครั้งนี้เธอต้องการแค่คนนำทาง และจ่ายเงินไปเพียง 20,000 สตาร์คอยน์ เดิมทีก็ไม่ได้คิดจะจ้างคนระดับสูงอะไรอยู่แล้ว
แต่...นี่มันจะสักแต่ว่าทำเกินไปหน่อยไหม?
ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดรบสีดำสวมแว่นกันแดดเดินมาข้างลั่วชิงหนิง แล้วกล่าวว่า
“คุณหนู เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วครับ เส้นทางออกจากท่าเรือโล่งสะดวก พวกเรา...ออกเดินทางเลยไหมครับ?”
“เฮ้อ...ไปกันเถอะ”
ลั่วชิงหนิงถอนหายใจ แล้วหันหลังเดินเข้าไปในห้องโดยสารด้านหน้าของเรือขนส่งชิงเหนียว ไม่สนใจฉินเจิงและคนอื่นอีก
ฉินเจิงหาลังอุปกรณ์ใบหนึ่งแล้วนั่งพิงลงไป ภายในใจรู้สึกโล่งอก
ผู้ว่าจ้างคนนี้ใจดีใช้ได้ ถึงจะเห็นว่าพวกเขาดูไม่น่าไว้วางใจ แต่ก็ไม่ได้หาเรื่องกันต่อหน้า ทำให้เขาไม่ต้องอธิบายยืดยาว
