เห็นไคล์กินของที่เอามาให้ได้ เสานั่วก็ส่งเสียงครางเบา ๆ นอกคอกหมา อย่างลังเลใจ
"โอเค ทีนี้เจ้าก็กินของไปแล้ว เจ้าควรจะไปได้แล้วนะ เจ้าเป็นหมาป่า ไม่ใช่หมา มาเหมาะจะอยู่ที่นี่"
นางคิดว่าตนเองทำดีที่สุดแล้ว
ไคล์เข้าใจว่านางร้องครางเป็นเพราะออดอ้อน ลูกหมาในฝูงเวลาอยากกินนมก็จะร้องแบบนี้
ไคล์ยื่นหัวเข้ามา อยากจะเลียหน้าหล่อนปลอบใจ แต่พอเข้าประชิดตัว เสนั่วก็หลบออกไปอย่างรวดเร็วทันที
ลิ้นของไคล์แข็งค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตากลับมามีประกายเย็นยะเยือก แล้วก็ขดตัวอยู่ในคอกหมา ไม่สนใจนางอีกต่อไป
ในฝูงหมาป่า มีเพียงหมาป่าที่สนิทที่สุดเท่านั้น ที่จะเอาอาหารมาป้อนให้ตอนอีกฝ่ายบาดเจ็บ หมาป่าขนขาวตัวน้อยเคยแสดงท่าทีหาคู่มาก่อน เขาก็ตอบตกลง ถึงแม้ไม่ได้ทำอะไรกัน แต่พวกเขาก็เป็นคู่ชีวิตกันแล้ว เพราะงั้นเขาถึงยอมกินเนื้อของนาง
จริง ๆ แล้วตอนที่เสานั่วคาบขากวางหนีไป ไคล์โกรธมาก แต่พอได้เจอและเขาพานกับท่าทีเอ็นดูใส่ใจ เหมือนความโกรธทั้งหลายถูกลืมสิ้น
เสานั่วเห็นว่าพูดอยู่นานเท่าไหร่ ไคล์ก็ไม่มีท่าทีจะไปสักที จึงรู้ว่าทุกสิ่งที่พูดมาทั้งหมดไร้ประโยชน์
ถอนหายใจเฮ้อ
เอาน่า ๆ ใครกันล่ะบอกว่าเอาเนื้อของเขามากิน เอาคอกหมุนให้เขาอยู่สองสามวันพอแล้วกัน
เสานั่วนอนที่หน้ากลอนอยู่สักพักก็จากไป ไคล์ใช้ดวงตามาลที่มองตามทุกเคลื่อนไหวของเสานัว ไปจนกระทั่งร่างของหลินเพื่อเข้าบ้านไปแล้ว
ไคล์ต้องพักผ่อน ตอนเจ็บได้วิ่งต่อเนื่องมีสองวันข้าง ๆ เขากลัวว่ายิ่งเวลาผ่านไป กลิ่นของหมาป่าขนขาวตัวน้อยจะยิ่งจางหาย
