เสี่ยวชิงพยักหน้าหงึกอย่างแรง
“ฟู่ ฟู่ ฟู่ จำได้ จำได้ พวกเขาจับฉันออกมาจากห้อง ใส่ไว้ในกล่องใส แล้วก็พาขึ้นกล่องเหล็กใบใหญ่ตลอดทาง กล่องเหล็กใบนั้นพาฉันมาส่งถึงที่นี่ ฉันจำเส้นทางได้หมดเลย”
เสานั่วพยักหน้าอย่างวางใจ
“ฟู่ ฟู่ ฟู่ งั้นก็ดีแล้ว ถ้าอยู่ต่อไม่ไหวจริง ๆ ก็กลับไปเถอะ”
จนถึงตอนนี้เสี่ยวชิงก็ยังไม่ค่อยรู้จักวิธีหาเหยื่อ ทุกครั้งต้องอาศัยนางพาไป
แม้ถ้าเสี่ยวชิงจากไป นางจะต้องเสียเพื่อนไปหนึ่งคน ต่อจากนี้คงต้องใช้ชีวิตตามลำพังในป่าดิบชื้น แต่นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเสี่ยวชิง จะให้นางเลี้ยงเสี่ยวชิงไปตลอดก็คงไม่ได้
เสี่ยวชิงไม่ใช่ลูกชายคนโปรดของนางเสียหน่อย
พอพูดถึงลูกชายคนโปรด นางก็นึกถึงไคล์ขึ้นมาอีก จึงส่ายหัวพยายามสลัดไคล์ออกจากความคิด
อย่างไรเสียก็ใกล้ถึงฤดูหนาวแล้ว ถึงตอนนั้นแค่หาที่หลบพักหนาวสักแห่ง เวลาเดี๋ยวก็ผ่านไปเร็วเอง
แต่ตอนกลางคืน ขณะที่เสี่ยวชิงขดตัวอยู่ในโพรงไม้ เขาก็ค่อย ๆ เล่าให้นางฟังว่า “ฟู่ ฟู่ ฟู่ ตอนนี้ฉันยังล่าเหยื่อไม่ค่อยเป็น ถ้ากลับไปโดยไม่เตรียมตัว เกรงว่าจะอดตายกลางทาง เพราะฉันจำได้ว่าต้องเดินทางไกลมาก”
“ฟู่ ฟู่ ฟู่ เพราะงั้นฉันตั้งใจว่าจะรอจนล่าเหยื่อเองเป็นแล้วค่อยกลับ”
เสานั่วอยากถามเขาเหลือเกินว่า พอล่าเหยื่อเองเป็นแล้วจะกลับไปทำไม
เสี่ยวชิงกล่าวอย่างลึกซึ้งว่า “เจ้าไม่เข้าใจหรอก ฉันทำเพื่อมิตรภาพ”
เสานั่วเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ปีนี้ฤดูหนาวมาเร็วกว่าปกติมาก ฤดูใบไม้ร่วงเพิ่งผ่านไปได้สองเดือน อุณหภูมิก็ลดลงเหลือราวสิบองศา
