เมื่อครั้งยังเป็นคน เพราะกลัวเสื้อผ้ากับเส้นผมเปียก นางจึงมักหลบฝนทุกครั้งที่เห็นฝนตก
แต่ตอนนี้กลายเป็นงูแล้ว พอถูกฝนชะโลมไปทั้งตัว ถึงได้รู้ว่ามันสบายขนาดนี้
คิดได้แล้วก็ลงมือเลย
เสานั่วพาไคล์ค่อย ๆ เลื้อยไปทางไร่ไก่อย่างเงียบเชียบ ตลอดทางมีเพียงเสียงฝนเท่านั้น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงไร่ไก่ ยามค่ำคืนที่นี่เงียบสงัด ไก่ตัวผู้ตัวเมียต่างหลับกันหมดแล้ว
เสานั่วบอกไคล์ว่า “ฟ่อ ๆ ต้องระวังหน่อยนะ อย่าปลุกพวกไก่ล่ะ ขโมยไข่สักสองฟองแล้วรีบหนีไปกัน”
ไคล์พยักหน้าอย่างระมัดระวัง
แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมนั่วหน่วนต้องระวังตัวขนาดนั้น แต่เขาก็ไม่พบว่าที่นี่มีอันตรายอะไร
ไร่ไก่ถูกล้อมด้วยกำแพงปูน เสานั่วตัวเล็ก จึงปีนขึ้นไปได้อย่างง่ายดาย ไคล์ตามมาติด ๆ
เมื่อเข้าไปด้านใน ทั้งคู่ไม่ได้ทำให้สัตว์ตัวไหนตื่นเลย ข้างในมีกรงเหล็กเรียงรายเป็นแถว และมีลานโล่งกว้าง คงเป็นที่ให้ไก่ออกมาหากินตอนกลางวัน
แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่นางกับไคล์ก็ยังมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้
นางสูดดมกลิ่นในอากาศ ก่อนจะมองไปทางใต้กรงเหล็ก ดวงตาพลันเป็นประกาย ไข่ไก่จำนวนมากวางกองแน่นอยู่ในนั้น
พวกมันเป็นไข่ที่ไก่วางไว้ในกรงเหล็ก แล้วกลิ้งลงไปรวมกันอยู่ที่ก้นกรง
เสานั่วพูดกับไคล์อย่างตื่นเต้นว่า “ฟ่อ ๆ เห็นไหม นี่แหละไข่ไก่ที่ฉันพูดถึง”
แต่ตอนที่นางเข้าใกล้ไข่ไก่ ก็เห็นกระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่ง แล้วนางก็เข้าใจทันทีว่ามันคืออะไร
