เห็นดังนั้น
ทุกคนก็หยุดตามเช่นกัน พวกเขายืนห่างจากแม่ลูกคู่นั้นราว 3 เมตร เฝ้ามองสถานการณ์ตรงหน้าอยู่ไกล ๆ
“ทำไมถึงมีงูเหลือมตัวใหญ่ขนาดนี้ได้? ไอ้ตัวนี้มาจากไหนกันแน่? เมืองเราไม่ได้มีงูเหลือมนี่นา”
“คงกลายพันธุ์แล้วมั้ง”
“คนยังวิวัฒนาการได้เลย ทำไมสัตว์จะไม่ได้?”
คนที่หัวไวคนหนึ่งกระซิบว่า “ขนาดสัตว์ยังเก่งขนาดนี้ แล้วต่อไปพวกเราจะทำยังไงกัน?”
เสียงนั้นเบามาก มีเพียงคนรอบข้างได้ยิน พวกเขาจงใจไม่ให้แม่ลูกที่อยู่ด้านหน้าได้ยิน
“จะกลัวอะไร? เรามีผู้มีพลังพิเศษไม่ใช่เหรอ? ถึงตอนนั้นก็ให้เขาควบคุมซอมบี้ไปจัดการสัตว์กลายพันธุ์ก็พอ”
“นั่นสิ”
“ลูกชายเป็นคนปัญญาอ่อน แม่ก็อ่อนแอแถมโง่ ควบคุมง่ายจะตาย”
ทุกคนไม่สนใจเลยว่าแม่ลูกคู่นั้นกำลังเผชิญอันตราย กลับกระซิบกระซาบกันเสียงเบา คิดหาวิธีควบคุมแม่ลูกคู่นี้ให้ได้ดียิ่งขึ้น
เมื่อเห็นงูยักษ์ที่อยู่ไกลออกไป โจวชุนเหมยก็กลัวจนทำอะไรไม่ถูก
แต่เด็กในอ้อมแขนกลับไม่กลัวเลยสักนิด แถมยังดิ้นหลุดจากอ้อมกอดแม่ พยายามจะเดินไปหางูตัวใหญ่
โจวชุนเหมยคว้าตัวเด็กไว้ทันที แล้วปลอบเสียงเบาว่า “มู่มู่ อย่าไป อันตรายนะ”
เด็กมองแขนที่ถูกจับไว้ ก่อนเงยหน้ามองแม่แล้วมองงูตัวใหญ่ จากนั้นพูดเสียงเบาใสกังวานว่า “ไม่กลัว”
โจวชุนเหมยคิดว่าลูกกำลังปลอบเธอ ไม่ให้กลัว จึงกอดลูกไว้แน่น นี่คือที่พึ่งและความหวังเพียงหนึ่งเดียวของเธอ