เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋อัน เหล่าผู้รอดชีวิตก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าเมื่อวานมีคนตายไปหลายคนจริง ๆ จึงรีบถามว่า
“เสี่ยวอัน คนที่ตายเมื่อวานเป็นเพราะเรื่องนี้เหรอ?”
อู๋อันพยักหน้า
“ใช่แล้ว พืชกลายพันธุ์พวกนี้ร้ายกาจมาก มีพิษร้ายแรง ถ้าเผลอถูกหนามขนทิ่มเข้าให้ ก็ไม่มีทางรอด”
เหล่าผู้รอดชีวิตตกใจกันจนหน้าซีด ต่างพากันขยับถอยห่างออกไปเงียบ ๆ
กู่ยวี่ซึ่งนั่งยอง ๆ อยู่ริมแปลงมะเดื่อดินป่าลุกขึ้น มองทุกคนแล้วกล่าวว่า
“ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอก
พืชส่วนใหญ่สงบเสงี่ยมมาก หากไม่ตกอยู่ในอันตราย พวกมันก็ไม่โจมตีสิ่งมีชีวิตอื่นก่อน
พวกคุณคงเหยียบโดนลำต้นหรือใบของมัน พืชก็เจ็บเป็นเหมือนกัน พอถูกทำร้ายก็ต้องป้องกันตัวเอง”
เพื่อพิสูจน์คำพูด กู่ยวี่แหวกใบใหญ่ใบหนึ่งออก แล้วชี้ไปยังลำต้นด้านล่าง “ดูสิ หนามขนบนลำต้นยังไม่ชูขึ้นมาเลย”
เมื่อเห็นลำต้นใต้ใบใหญ่ ทุกคนก็พบว่าเป็นอย่างที่กู่ยวี่พูดจริง ๆ หนามขนแนบสนิทไปกับลำต้น ไม่ได้ชูตั้งขึ้นมา
ทุกคนจึงเชื่อคำพูดของกู่ยวี่
แม้กู่ยวี่จะไม่ใช่นักวิชาการ แต่ชาติที่แล้วเธอเป็นพืชด้วยตัวเอง ความเข้าใจเรื่องพืชและสัตว์ของเธอลึกซึ้งยิ่งกว่านักชีววิทยาที่เก่งที่สุดเสียอีก
เธอกล่าวต่อว่า
“เดิมทีผลที่พืชออกมาก็มีไว้ให้สิ่งมีชีวิตอื่นกิน ขอแค่ไม่ทำร้ายพวกมัน แค่เก็บผลไม้ พวกมันก็ไม่โจมตีเราก่อนหรอก
อีกอย่าง พืชแต่ละชนิดต่างก็มีประโยชน์เฉพาะตัว อย่างผลนี่ก็ช่วยฟื้นฟูเรี่ยวแรงได้”
