หลังเฉินเย่กับพวกจากไป
ชางโม่มองเด็กหนุ่มสาวทั้งสี่อย่างครุ่นคิด พูดตามตรง เขาไม่คิดว่าจะได้พบเด็กกลุ่มนี้อีก
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสี่คนต่างมีจุดเด่นของตัวเอง เด็กผู้หญิงก็ไม่ได้ถูกรังแกจากคนอื่น เป็นทีมที่สามัคคีกันดี
เมื่อถูกชางโม่จ้อง เด็กทั้งสี่ก็รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
โดยเฉพาะจางฉงเหวินกับจ้าวอี้ที่เป็นผู้มีพลังพิเศษ ทั้งคู่สัมผัสได้ราง ๆ ว่าชางโม่เป็นภัยคุกคาม
จางฉงเหวินยิ้มพลางพูดว่า
“พี่ใหญ่ ก่อนหน้านี้เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด พวกเราแค่หยอกกันเล่น”
“ก่อนหน้านี้พวกเราเจอคนที่คิดจะเล่นงานอยู่ไม่น้อย ถ้าไม่ทำท่าดุหน่อย คนอื่นก็จะคิดว่าพวกเรารังแกง่าย”
ฮั่วถิงถิงกับอีกสองคนพยักหน้ารัวราวกับลูกเจี๊ยบจิกข้าว พวกเขาเกือบถูกคนหลอกจนตายมาแล้ว
จ้าวอี้รีบเสริม “แต่พวกเราไม่เคยฆ่าใครแน่นอน”
ชางโม่พยักหน้า พอใจกับเด็กทั้งสี่อยู่ไม่น้อย พลางคิดว่าจะลองฝึกฝนพวกเขาดีหรือไม่
หากอยากยืนหยัดในวันสิ้นโลกไปได้นาน ๆ พึ่งพาแค่พวกเขาไม่พอ
ไม่ว่าจะด้วยความผูกพันหรือผลประโยชน์ ฐานที่มั่นก็ต้องฝึกผู้ติดตามฝีมือดีขึ้นมาสักกลุ่ม
หัวหน้าทีมหันไปยิ้มให้พวกเขา
“พวกคุณยังต้องเสียเวลาอีกสักพัก ย้ายรถไปจอดข้างทางก่อน ให้หัวหน้าทีมชางกับพวกเขากลับฐานที่มั่น พวกเขาเพิ่งกลับจากภารกิจ ต้องพักฟื้น”
“ได้ครับ ผมจะไปย้ายรถเดี๋ยวนี้”
จางฉงเหวินรีบหยิบกุญแจแล้วเดินไปที่รถของพวกเขา
“ขอบคุณครับ!”
“ให้ฝ่ายบุคคลมาที่นี่หน่อย ผู้รอดชีวิตมีจำนวนมาก อาจต้องใช้เวลาจัดการสักพัก”
