ถอนหายใจเบา ๆ
ชางโม่ดึงเธอขึ้นมาโอบไว้ในอ้อมแขน แล้วค่อย ๆ คลุมเสื้อคลุมให้มิดชิด เสียงทุ้มต่ำอันมีเสน่ห์เอ่ยถามว่า “ตรงไหนไม่สบายหรือเปล่า?”
กู่ยวี่ส่ายหน้า
เพราะต้องทำยันต์ พลังเวทของเธอจึงหมดเกลี้ยง
ตอนนี้กำลังรู้สึกแย่เลย!
ชางโม่มาถูกจังหวะพอดี พอได้พลังบุญกุศลหล่อเลี้ยงก็สบายขึ้นมาก
เมื่อแน่ใจว่ากู่ยวี่ไม่ได้ป่วย ชางโม่จึงวางใจ เขาเห็นกระดาษพับที่กระจัดกระจายบนเตียง จึงหยิบขึ้นมาแผ่นหนึ่งแล้วถามว่า “นี่อะไร?”
“ยันต์”
กู่ยวี่ไม่ได้ปิดบัง ของแบบนี้แค่ลองใช้ก็รู้แล้วว่าเป็นอะไร ต่อให้คิดจะปิดก็ปิดไม่มิด
อีกอย่าง เธอก็ไม่อยากปิดบังชางโม่
เขาฉลาดเกินไป กู่ยวี่คิดว่าคงซ่อนตัวตนภูตของตัวเองได้อีกไม่นาน บอกความจริงทีละนิดยังดีกว่า
ถ้าเป็นอย่างนั้น ต่อไปชางโม่อาจจะไม่เกลียดเธอก็ได้
พวกปีศาจเฒ่าบอกว่ามนุษย์ไม่ชอบภูต แถมยังพูดว่า “คนละเผ่าพันธุ์ ย่อมมีใจคิดต่าง”
กู่ยวี่เป็นกังวลมาก
ถ้าชางโม่รู้ว่าเธอเป็นภูต เขาจะไม่ยอมให้เธออาศัยใกล้ชิดเพื่อดูดซับบุญกุศลอีกหรือเปล่า
