ซูรุ่ยหยวนเป็นบุคคลโดดเด่นของฐานที่มั่น ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วเมืองอย่างรวดเร็ว ยิ่งคราวนี้เขากลับมาอย่างเอิกเกริกขนาดนี้ด้วยแล้ว
ชางโม่กับคนอื่น ๆ ก็ได้รับข่าวที่ฟางฉางกุ้ยส่งคนมาแจ้งเป็นกลุ่มแรก ๆ
“ทำไมถึงได้อยู่ในสภาพนี้?”
เผิงซิงประหลาดใจมาก แม้ทีมของซูรุ่ยหยวนจะไม่เอาไหน อย่างน้อยก็ยังมีผู้มีพลังพิเศษถึงสี่คน นับว่ามีกำลังคนไม่น้อย ไม่นึกเลยว่าจะกลับมาอย่างสะบักสะบอมขนาดนี้
ถูเซิ่งเลิกคิ้วขึ้น เอ่ยว่า
“ดูท่าป่าจะเข้าไปง่าย ๆ ไม่ได้ ในเมืองสภาพแวดล้อมไม่เอื้อต่อการเติบโตของพืชพรรณ แต่ในป่าไม่มีสิ่งปลูกสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กคอยจำกัด ทุกอย่างเป็นไปตามกฎธรรมชาติ ผู้ที่เหมาะสมเท่านั้นจึงจะอยู่รอด”
เวลานี้หลินเซิ่งตงก็แทรกขึ้นมา
“ซูรุ่ยหยวนทะเยอทะยานไม่เบา ทั้งที่รู้ว่าพืชกับสัตว์กลายพันธุ์กันหมดแล้ว ก่อนหน้านี้ก็ยังสร้างเรื่องใหญ่โตจนฐานที่มั่นต้องตั้งรับอย่างระมัดระวัง แต่พวกเขายังกล้าบุกเข้าไปในป่าอีก ดูท่าข้างในคงมีของดีจริง ๆ”
“กระต่ายจนตรอกยังแว้งกัดได้ ตอนนี้ซูรุ่ยหยวนตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก คนเก่าแก่เจ้าเล่ห์สั่งการไม่อยู่ ส่วนลูกน้องที่เขารวบรวมมาก็ล้วนไม่ถนัดเล่ห์เหลี่ยม แถมกำลังรบของตัวเองก็ไม่ได้โดดเด่นนัก”
ชางโม่พลิกดูแผนที่ในมือ
นี่คือแผนที่เมืองหลัว บันทึกหมู่บ้านและเมืองเล็ก ๆ ทุกแห่งในเมือง รวมถึงลักษณะภูมิประเทศบริเวณใกล้เคียงไว้ด้วย
“ถ้าอย่างนั้น ที่ซูรุ่ยหยวนเลื่อนขั้นเป็นระดับสองได้ ก็น่าจะเพราะได้ประโยชน์จากพืชกลายพันธุ์ พวกเขาถึงกระตือรือร้นจะเข้าไปในป่าขนาดนี้”
