เถาวัลย์กับแมวกลายพันธุ์พุ่งเข้าปะทะกันด้วยความเร็วสูง
กรงเล็บแหลมคมของแมวตวัดใส่เถาวัลย์ ทิ้งรอยข่วนไว้บนเปลือกแข็งเป็นทาง ๆ
ฟันแหลมคมยังฝังลึกลงบนส่วนหัวที่ค่อนข้างเล็กของเถาวัลย์ น้ำเลี้ยงสีเขียวไหลทะลักออกมาทันที
แต่ถึงอย่างไรเถาวัลย์ก็ไม่ใช่สัตว์
มันไม่มีหัวใจ และไม่ต้องหายใจด้วยปอด วิธีบีบคอจึงใช้กับมันไม่ได้ผลเลย นอกจากเผาด้วยไฟแล้ว การกัดแทะธรรมดาก็ไม่ส่งผลอะไรนัก
เมื่อเห็นว่าแมวกลายพันธุ์โจมตีได้ดุดัน เถาวัลย์ก็ไม่ยอมน้อยหน้า
ส่วนหางที่ยาวและหนาฟาดออกไป พันรัดแมวกลายพันธุ์แน่นหนาไม่ต่างจากงูเหลือมรัดเหยื่อ บีบรัดช่องท้องของมันอย่างแรง
คนที่อยู่ห่างออกไปไม่มากถึงกับได้ยินเสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบเป็นระยะ
ด้วยความแตกต่างด้านขนาด ไม่นานแมวกลายพันธุ์ก็แน่นิ่งไป
“น้องสาว เก่งมาก!”
“ดูจากขนาดตัวแล้ว แมวกลายพันธุ์ตัวนี้ต้องอยู่ระดับสองหรือไม่ก็ระดับสามเลยนะ ไม่นึกว่าเถาวัลย์จะจัดการได้ทันที”
เมื่อเห็นการต่อสู้ที่เรียบง่ายและดุดัน เผิงซิงก็ร้องอุทาน พลางส่ายหน้าอย่างทึ่ง คนอื่น ๆ ในขบวนรถเองก็ตื่นเต้นดีใจกันไม่น้อย
การต่อสู้จบลงอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่ต้นจนจบใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที ส่วนใหญ่เสียไปกับช่วงที่ทั้งสองฝ่ายพันรัดยื้อกัน
แต่การต่อสู้ครั้งนี้สร้างความตกตะลึงให้ทุกคนอย่างมาก พวกเขาเห็นกับตาว่า “งูยักษ์” ตัวมหึมาจัดการแมวยักษ์ที่มีขนาดพอ ๆ กันได้อย่างง่ายดาย ฐานะของกู่ยวี่ในใจทุกคนจึงพุ่งสูงขึ้นทันตา
