ลำแสงสีขาววูบไหวไปมาบนปลายนิ้ว ก่อเป็นลวดลายเก่าแก่ลึกลับ
เมื่อวาดเสร็จ
ตราอาคมก็เปล่งแสงวาบ ก่อนหดตัวอย่างรวดเร็วแล้วซึมหายเข้าไปในลูกแก้ว
“แค่นี้ก็สำเร็จแล้วเหรอ?”
ชางโม่โอบกู่ยวี่ไว้ คางเกยบนไหล่เธอ พลางมองลวดลายสีเงินที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนลูกแก้วด้วยความอยากรู้อยากเห็น
กู่ยวี่ส่ายหน้า
“คราวก่อนวาดเสร็จได้ไม่นาน ลูกแก้วก็แตกเอง”
กู่ยวี่จับตาดูการเติบโตของอักขระบนลูกแก้วไปพลาง อธิบายไปพลาง “อักขระยิ่งเติบโตสมบูรณ์ มิติก็ยิ่งใหญ่ขึ้น”
ระหว่างที่พูด อักขระก็หยุดเติบโต
แสงจาง ๆ ค่อย ๆ เลือนหายไป ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ
กู่ยวี่จ้องลูกแก้วอย่างใจจดใจจ่อ กลัวว่ามันจะแตกอีก คราวนี้เธอใช้พลังเวทไปตั้งมาก
ถ้ามันแตกอีก
คงน่าท้อแท้เกินไปแล้ว เธอคงต้องสงสัยความสามารถของตัวเองแน่
โชคดีที่คราวนี้ไม่มีอะไรผิดพลาด รออยู่เจ็ดแปดนาที ลูกแก้วก็ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
“สำเร็จแล้ว”
กู่ยวี่ดีใจมาก หยิบลูกแก้วขึ้นมาตรวจดู ก่อนขมวดคิ้ว
“เป็นอะไรไป?”
เห็นกู่ยวี่ทั้งดีใจทั้งกังวล ชางโม่จึงเอ่ยถาม
“ข้างในมีพื้นที่แค่ขนาดเป้ใบเดียวเอง”
กู่ยวี่ยกลูกแก้วขึ้นให้ชางโม่ดู “ลวดลายสมบูรณ์ขนาดนี้ ไม่น่าจะมีพื้นที่แค่นิดเดียว”
ชางโม่ครุ่นคิดแล้วพูดว่า
“สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป เลยส่งผลต่อตราอาคมด้วยหรือเปล่า?”
“อาจจะนะ”
กู่ยวี่เองก็ไม่แน่ใจนัก
ในเมื่อวาดสำเร็จ แสดงว่าตราอาคมกับวัตถุรองรับไม่มีปัญหา สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปก็คือสภาพแวดล้อม