“ได้ งั้นถึงตอนนั้นไปด้วยกัน”
ชางโม่เหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ก่อนอุ้มกู่ยวี่ลุกขึ้น แล้ววางเธอลงอย่างแผ่วเบา “งั้นตอนนี้เราไปหาอะไรกินที่โรงอาหารกันไหม?”
กู่ยวี่กลอกตาใส่เขา แก้มป่องด้วยความขุ่นเคือง “ฉันยังโกรธอยู่นะ”
ชางโม่ยิ้มพลางบีบแก้มเธออย่างเอ็นดู “กินไปโกรธไป ดีไหม? โรงอาหารน่าจะยังมีหมูทอดกับหมูผัดซอสเหลืออยู่”
เหล่าเจิ้งเป็นคนรู้ความ
ฟางฉางกุ้ยกำชับเขาเป็นพิเศษ แถมยังให้ทำอาหารแยกสำหรับกู่ยวี่ เขาต้องหาทางกันอาหารไว้ เผื่อวันหลังพวกเขาสั่งเมนูเดิมอีก
“งั้นไปกัน!”
พอได้ยินว่ามีของอร่อย กู่ยวี่ก็ลากชางโม่ออกไป พลางพูดไปด้วยว่า “เหล่าเจิ้งนี่มีฝีมือจริง ๆ ทำกับข้าวอร่อยมาก น่าจะขึ้นเงินเดือนให้เขานะ”
“เราช่วยอุดหนุนเขาให้มากขึ้นก็ได้” ชางโม่พูดยิ้ม ๆ
“ขอแค่มีของอร่อย ฉันจะอุดหนุนเขาทุกวันเลย ถ้าเจอผลไม้อร่อย ๆ ก็แบ่งให้เขาสักลูกด้วย คนที่ทำของอร่อยขนาดนี้ได้ ต้องเป็นคนดีแน่ ๆ”
กู่ยวี่พูดอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
ถ้าฝีมือทำอาหารของเหล่าเจิ้งอยู่ในป่าของพวกเธอ คงมีภูตมากมายยอมเอาผลไม้อร่อย ๆ มาแลกกับอาหารของเขา
แต่ถ้าโชคร้ายไปเจอภูตร้าย เขาคงไม่มีทางรอด
ทั้งคู่ออกจากวิลล่า มุ่งหน้าไปยังโรงอาหาร เดินไปได้ไม่นาน ก็มีเสียงเรียกใสกังวานดังมาจากด้านหลัง
“พี่โม่ พี่โม่ รอก่อน!”
ทั้งสองหยุดเดินแล้วหันกลับไปดู เป็นฟางฉีที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา
“มีอะไร?” ชางโม่ถามเมื่ออีกฝ่ายวิ่งมาถึง
ฟางฉีหยุดลง หอบหายใจแรงสองครั้ง ก่อนมองชางโม่แล้วบอกว่า “พิธีไว้อาลัยให้พี่เปียวกับพี่ทง หัวหน้าให้พ่อผมเป็นคนจัดครับ เมื่อกี้ตอนพ่อกลับไป พวกเขาเจอกันเลยคุยกันสองสามคำ ตัดสินใจว่าจะจัดพิธีพรุ่งนี้ แล้วก็ประกาศเรื่องปลดประจำการของพวกพี่ด้วย”
