“……”
ชางโม่รู้ตัวว่าพูดผิด แต่กลับไม่เข้าใจว่าผิดตรงไหน จึงรีบวางของในมือลง แล้วยื่นแขนยาวโอบเธอเข้ามาในอ้อมกอด ปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ถึงจะอยู่ที่นั่นนาน ๆ ไม่ได้ แต่ไปสำรวจชั่วคราวก็ยังได้ ถ้าอยากไป รอจัดการเรื่องหมู่บ้านอวิ๋นซานเสร็จแล้ว ฉันจะพาเธอไปสักรอบ ดีไหม?”
กู่ยวี่ครุ่นคิดอยู่ในใจ
อยู่ในป่าตลอดไม่ได้ แต่แวะไปบ่อย ๆ ก็ไม่เลวนี่นา! ที่ฐานที่มั่นมีอาหารอร่อย ๆ เธอยังกินไม่เบื่อ อยู่ต่ออีกสักพักก็ได้
คิดได้ดังนั้น
เธอก็เงยหน้ามองชางโม่ “ถ้าพูดแล้วไม่ทำตาม ฉันจะไม่คุยกับนายหนึ่งวัน”
เดิมทีกู่ยวี่คิดจะบอกว่าสามวัน แต่พอคิดดูแล้ว สามวันนานเกินไป ไม่ได้เก็บบุญกุศลตั้งนาน แบบนั้นขาดทุนแย่ เธอ กู่เสี่ยวเยา ไม่เคยทำการค้าที่ขาดทุน
“ฉันไม่ผิดคำพูดแน่นอน”
ชางโม่หัวเราะเบา ๆ แล้วก้มลงจูบหน้าผากกู่ยวี่ ก่อนโอบเธอไว้แน่นขึ้น ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเก็บสมบัติล้ำค่ามาได้จริง ๆ ทำไมสมบัติในอ้อมแขนถึงน่ารักขนาดนี้นะ!
กู่ยวี่ก็ฉวยโอกาสกอดเอวชางโม่ไว้
ปกติเวลามีคนอยู่ ชางโม่ไม่ยอมให้เธอกอด ไม่ยอมให้จูบ แต่ตอนนี้เธอฉลาดขึ้นแล้ว ในเมื่อมีคนอยู่ไม่ได้ ก็รอให้ไม่มีคนสิ
เมื่อถูกโอบล้อมด้วยบุญกุศลอันเข้มข้น กู่ยวี่ก็ผ่อนคลายไปทั้งตัว
