หลินซีซีกวาดตามองซ้ายขวา “พี่ใหญ่ของฉันล่ะ?”
ปกติพี่ใหญ่ของเธอมักจะมารับเธอพร้อมกับลู่สือเสมอ
“คุณลุงหลินซื้อเครื่องซักผ้าแล้ว ที่ร้านยุ่งมาก ไม่มีเวลาไปติดตั้ง เลยให้พี่ใหญ่ของเราไปแทน” ลู่สือยิ้มตอบ
หลินซีซีเหลือบมองเขา เลิกคิ้วขึ้น “เรียกพี่ใหญ่ได้คล่องปากเชียวนะ!”
“ยังไงก็ต้องเรียกอยู่แล้ว ไม่ช้าก็เร็ว ผมถือว่าซ้อมไว้ก่อนก็แล้วกัน” ลู่สือแอบจับมือเล็ก ๆ ของเธอไว้
หลินซีซีหันตัวมาหาเขา แล้วยกมืออีกข้างตีเขาเบา ๆ “จะได้เรียกหรือเปล่าก็ต้องดูว่าคุณทำตัวดีแค่ไหน”
ลู่สือบีบมือเล็กนุ่มนิ่มที่อยู่ในอุ้งมือของเขาเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นผมจะทำตัวให้ดีแน่นอน”
หลินซีซีไม่ต่อปากต่อคำกับเขาแล้ว “ไป กลับบ้านกันเถอะ ไปดูว่าทำไมพ่อถึงนึกอยากซื้อเครื่องซักผ้าขึ้นมา”
ลู่สือขึ้นจักรยานแล้วให้เธอนั่งซ้อนท้าย
หลินซีซีมองเส้นทางที่ลู่สือปั่นไป แล้วเดาออกทันที “พ่อเอาเครื่องซักผ้าไปไว้ที่เรือนชั้นในหลังที่สองของบ้านเราเหรอ? ในที่สุดก็จะย้ายบ้านแล้ว ดีจังเลย”
หลังจากตกแต่งเรือนชั้นในหลังที่สองเสร็จ พวกเขาก็ยังหาเวลาย้ายเข้าไปไม่ได้สักที
หลังปีใหม่ พอปู่ย่าตายายทั้งสองฝ่ายมาถึง ทุกคนก็ยังพักอยู่ด้วยกันในเรือนชั้นในหลังแรกเหมือนเดิม
พอได้ยินน้ำเสียงตื่นเต้นเปี่ยมความคาดหวังของเธอ มุมปากของลู่สือก็ยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ชอบบ้านหลังใหญ่เหรอ?”
“ชอบสิ! ใครบ้างไม่ชอบบ้านหลังใหญ่สวย ๆ!
คุณไม่รู้หรอกว่าตอนฉันไปบ้านคุณครั้งแรก ฉันยังคิดเลยว่าบ้านสวยมาก สวนก็จัดไว้ดีด้วย
ตอนนั้นฉันกับพี่ใหญ่เห็นตรงกันว่า ถ้ามีเงินเมื่อไร เราก็จะซื้อสักหลัง
น่าเสียดาย ไม่เงินไม่พอ ก็ไม่มีบ้านให้ซื้อ
กว่าจะได้บ้านที่ถูกใจหลังนี้มาก็ไม่ง่ายเลย ในที่สุดก็จะได้ย้ายเข้าไปอยู่แล้ว จะไม่ดีใจได้ยังไง!” หลินซีซีอดถอนใจไม่ได้ว่าลู่สือช่างไม่รู้จักเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมี
ตอนนี้ลู่สือกลับรู้สึกโชคดีอยู่บ้างที่บ้านของเขามีพื้นที่กว้างขวาง แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าซีซีจะไม่ชอบ
