ตอนแรกฉู่เหยารู้สึกว่ามีรถแล่นเข้ามาใกล้ จึงหลบให้โดยไม่รู้ตัว
เมื่อได้ยินเสียงหลี่ฉงโจว เธอก็เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนหันไปทักทายอย่างสุภาพ “คุณหลี่”
จากนั้นเธอจึงขึ้นรถไปนั่งข้างหลี่ฉงโจวที่เบาะหลัง
“คุณพักอยู่ในย่านวิลล่าแถวนี้หรือคะ”
หลังขึ้นรถ ฉู่เหยาก็ถามอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก
หลี่ฉงโจวพยักหน้าแล้วตอบว่า “ก่อนหน้านี้เสี่ยวเหิงขอให้ผมช่วยหาที่พักให้ บอกว่ามีเพื่อนต้องการที่อยู่ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นคุณ”
พอเขาพูดจบ ฉู่เหยาก็ทำสีหน้ากระจ่างขึ้น “รบกวนคุณแล้วค่ะ”
หลังพูดจบ บรรยากาศก็เงียบงันไปนาน
เธอมองวิวราตรีนอกหน้าต่าง คล้ายไม่รู้ว่าควรวางตัวกับหลี่ฉงโจวอย่างไร
หลี่ฉงโจวหันมามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นกะทันหัน “คุณทะเลาะกับเด็กบ้านตระกูลเฮ่อมาหรือ”
ฉู่เหยาได้สติ เลิกคิ้วถามกลับ “เด็กหรือคะ”
“ในสายตาผม คนวัยเดียวกับพวกคุณก็เป็นเด็กกันทั้งนั้น” หลี่ฉงโจวยิ้มบาง ๆ แล้วพูดต่อ “นามบัตรที่ผมให้คุณครั้งก่อน ไม่ได้ให้ไปตามมารยาทนะ ถ้าคุณเจอเรื่องลำบากที่จัดการเองไม่ได้จริง ๆ ก็มาขอความช่วยเหลือจากผมได้”
ฉู่เหยาได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าช้า ๆ “ฉันคิดว่ายังไม่เจอเรื่องร้ายแรงขนาดนั้นค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ ผมนึกว่าคุณย้ายออกจากมหาวิทยาลัยเพราะเฮ่อหลิ่นเสียอีก”
“ก็ไม่ใช่ทั้งหมดค่ะ ฉันต้องการที่พักเงียบสงบ ไม่ถูกรบกวน จะได้มีสมาธิทำวิจัยและพักผ่อน”
“แปลว่ามีเหตุผลเรื่องเฮ่อหลิ่นอยู่จริง ๆ... เขาทำให้คุณลำบากใจหรือ”
