“เพื่อนนักเรียน ตรงนี้มีแค่คุณคนเดียว พวกเราขอนั่งสักพักได้ไหม?”
นักเรียนสายทรัพย์สินหลายคนเอ่ยถามฉู่เหยา ทว่าระหว่างที่ถาม พวกเขาก็ถือวิสาสะนั่งลงไปแล้ว
เห็นได้ชัดว่าคนกลุ่มนี้มีฐานะสูงกว่านักเรียนสายทรัพย์สินกลุ่มก่อน และรับมือยากกว่ามาก
เมื่อเทียบกับการกลัวว่าจะล่วงเกินคุณชายน้อยลึกลับที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น พวกเขาอยากรู้มากกว่าว่าคนตรงหน้าเป็นใครกันแน่ และตรงกับชื่อไหนในรายชื่อนักศึกษาใหม่
บนชั้นสอง เจียงซวี่เหิงกับเฮ่อหลิ่นเห็นภาพนี้ แววตาของทั้งคู่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ขณะที่ทั้งสองกำลังคิดว่าจะลงไปดูดีหรือไม่ จู่ ๆ ฉู่เหยาก็เอ่ยขึ้น
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ?”
เสียงทุ้มใสแบบเด็กหนุ่มกลับหลุดออกมาจากลำคอของฉู่เหยา
เมื่อเฮ่อหลิ่นได้ยินเสียงนั้น เขาก็ชะงักไปทันที คล้ายไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
ส่วนเจียงซวี่เหิงหัวเราะเบา ๆ อย่างมีนัย ก่อนคิดในใจว่า
ช่างทำได้ทุกอย่างจริง ๆ แม้แต่เสียงผู้ชายก็ยังเลียนแบบได้เหมือนขนาดนี้
แต่ถ้ายังไม่ลงไปข้างล่าง แมลงวันสองสามตัวข้างล่างนั่นคงกวนใจเธอจนแย่
คิดได้ดังนั้น เจียงซวี่เหิงก็ยืดตัวตรง หันไปถามเฮ่อหลิ่นว่า “ไม่ลงไปดูหน่อยเหรอ อยู่ข้างบนตลอดน่าเบื่อแย่”
เฮ่อหลิ่นนึกขึ้นได้ว่าหลู่ซีเหนียนไม่มีทางจำฉู่เหยาได้ จึงวางใจลง เขาจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ ก่อนเดินลงไปข้างล่าง
เมื่อเห็นทั้งสองกำลังจะลงไป หลู่ซีเหนียนก็เดินตามไปด้วย
พวกนักเรียนสายทรัพย์สินที่เข้ามารบกวนฉู่เหยาลุกพรวดจากโซฟา เตรียมจะหาเรื่องเธอพอดี เฮ่อหลิ่นก็ไปนั่งลงบนที่ว่างข้างฉู่เหยา แล้วพูดสั้น ๆ เพียงคำเดียว
“ไสหัวไป!”
พอได้ยินเสียงเขาและเห็นรูปร่างคุ้นตาบนโซฟา นักเรียนสายทรัพย์สินหลายคนก็ไม่กล้าพูดต่อแม้แต่คำเดียว รีบเผ่นไปอย่างลนลาน
