เฉียวหวั่นจะกลับประเทศก่อนกำหนดแล้วหรือ
มือที่กำลังถอดต่างหูของฉู่เหยาชะงักไป ก่อนที่เธอจะยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
“นี่อาจไม่ใช่ข่าวร้ายก็ได้นะ ถ้าฉันไม่ได้สร้างแรงกดดันมากพอ เธอจะรีบกลับมาก่อนกำหนดทำไมล่ะ”
ในพล็อตเรื่องเดิม เฉียวหวั่นมักมีบทบาทเป็นหญิงสาวเย็นชา หยิ่งทะนง และจืดจางราวดอกเบญจมาศ
สาวหลงใหลเงินทองอย่างเจ้าของร่างเดิมเป็นคนที่เธอดูแคลนที่สุด ถึงขั้นไม่ยอมลงมือจัดการด้วยตัวเองด้วยซ้ำ
ถ้าพูดตามคำของต้าหรู ก็คือ “แผนการพวกนี้ ต่อให้บอกพวกเราตรง ๆ พวกเราก็ไม่ทำหรอก”
แต่ความจริงพิสูจน์แล้วว่า หญิงสาวจืดจางราวดอกเบญจมาศในนิยายส่วนใหญ่เป็นแค่ภาพลักษณ์ภายนอก
แท้จริงแล้วก็อยากได้ แต่ไม่อยากออกแรงแย่งชิง แค่อยากสร้างบทบาทหญิงผู้ถูกลิขิตจากสวรรค์ที่ไม่ต้องเหนื่อยสักนิด แล้วรอให้เนื้อชิ้นนั้นกระโดดลงชามมาเองอย่างสมัครใจ
แต่ระหว่างที่รอ ใครกล้าคีบเนื้อชิ้นนั้นไป ก็ถือว่าลบหลู่เบื้องสูง!
เหนือกว่าตัวเอง ทุกคนเสมอภาค ใต้กว่าตัวเอง แบ่งชนชั้นสามหกเก้าอย่างชัดเจน
ผู้หญิงรากหญ้าอย่างเธอจะมีความทะเยอทะยานได้ยังไงกัน ต่ำช้าสิ้นดี!
ส่วนคำประกาศของเฉียวหวั่นที่ว่ารักเพยอวี่จริงใจ ไม่เกี่ยวกับเงินทอง...สำหรับฉู่เหยาแล้ว มันก็เป็นแค่คำพูดลอย ๆ
เพราะเพยอวี่ร่ำรวยเป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
นิสัยใจคอของคนเรามีเป็นพันเป็นหมื่นแบบ มีเพียงยอดเงินในบัญชีเท่านั้นที่ไม่เคยหลอกใคร
อีกอย่าง ยังมีคำกล่าวว่าบุรุษผู้ประเสริฐตัดสินกันที่การกระทำ ไม่ใช่จิตใจ เพราะหากตัดสินกันที่จิตใจ บนโลกนี้ก็ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
