“การตัดต่อยีนพืชมีประโยชน์ใช้สอยกว้างขวางมาก อธิบายด้วยคำพูดไม่กี่คำคงไม่หมด แต่หัวข้อวิจัยที่ฉันเลือกเน้นไปทางชีววิทยาสังเคราะห์ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการปรับปรุงพืชสมุนไพร โดยแบ่งเป็นสองแนวทางหลัก หนึ่งคือเพิ่มปริมาณสารออกฤทธิ์ทางยาจากพืชหายาก สองคือใช้พืชผลิตโปรตีนทางยา”
หลู่ซีเหนียนไม่คิดว่าฉู่เหยาจะอธิบายออกมาได้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนี้ เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อว่า “ในเมื่อโครงการวิจัยด้านนี้รับเฉพาะนักศึกษาปริญญาโท ก็แปลว่าการเข้าร่วมโครงการต้องเรียนจบทั้งหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโท ตอนนี้เธอเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยเอง คิดจะสร้างห้องทดลองของตัวเองแล้ว ไม่เร็วไปหน่อยหรือ?”
ฉู่เหยาได้ยินดังนั้นก็ชำเลืองมองหลู่ซีเหนียนด้วยสีหน้าประหลาดใจ แล้วตอบว่า “ไม่มีใครจู่ ๆ ก็นึกอยากสร้างห้องทดลองขึ้นมาหรอก ที่ฉันเลือกทำแบบนี้ก็เพราะเรียนวิชาที่เกี่ยวข้องด้วยตัวเองจนครบแล้ว ไม่อย่างนั้นนายคิดว่าทำไมฉันถึงไม่มีเวลา?”
คราวนี้แม้แต่เฮ่อหลิ่นยังตะลึง มองฉู่เหยาด้วยสีหน้าตกใจ ก่อนถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า “เธอเรียนหลักสูตรปริญญาตรีสี่ปีและปริญญาโทสามปีจบหมดแล้วเหรอ?”
“ใช่! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเรียนรู้อะไรได้เร็วมาก”
หลู่ซีเหนียน “……”
ถามกันอยู่ตั้งนาน สุดท้ายกลับโดนยัยอ้วนตัวน้อยนี่อวดเก่งใส่เสียได้……
แต่ถ้าถามต่อไปก็คงมีแต่ขายหน้า หลู่ซีเหนียนจึงไม่พูดอะไรอีกตลอดมื้ออาหารที่เหลือ
ทั้งสามคนกินมื้อกลางวันด้วยกันเสร็จก็กลับมหาวิทยาลัย
อีกด้านหนึ่ง หลังสวี่เอินโยวรู้ว่าฉู่เหยาได้ที่หนึ่งในการแข่งขันฟันดาบประเภทหญิง อารมณ์ของเธอก็ย่ำแย่มาก เริ่มนึกเสียใจที่หลายวันก่อนใจร้อนเกินไป ไม่ควรไปปั่นกระแสใส่ร้ายฉู่เหยาในเว็บบอร์ด
เพราะการแข่งขันเรือใบความเร็วที่เธอเข้าร่วมเป็นการแข่งขันประเภททีม วันนี้เธอยังทำผลงานได้ไม่ดี คะแนนห้าแต้มจากการได้ที่หนึ่งจึงดูเหมือนเป็นแค่การเกาะขาเพื่อนในสายตาคนอื่น
