ฉู่เหยายืนอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ พลันรู้สึกราวกับเผลอหลงเข้ามาในพระราชวังอย่างไรอย่างนั้น
อันที่จริง คฤหาสน์แห่งนี้มีพื้นที่กว่าห้าร้อยเฮกตาร์ ใหญ่กว่าพระราชวังของราชวงศ์หลายแห่งในต่างประเทศเสียอีก
แต่เมื่อคำนึงถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และทำเลที่ตั้งแล้ว มูลค่าของพระราชวังย่อมสูงกว่าอยู่แล้ว
ทว่าเมื่อเป็นที่พักอาศัยส่วนตัว ก็ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงสิ่งที่ไม่มีความหมายในทางปฏิบัติเช่นนั้น ความสบายของตัวเองสำคัญกว่า
จากประตูคฤหาสน์ไปยังอาคารหลัก มีถนนสำหรับรถยนต์ทอดยาวถึงห้ากิโลเมตร
ถนนสายนี้กว้างพอให้รถสามคันวิ่งขนานกันได้ สองข้างทางเรียงรายไปด้วยต้นไม้ที่ตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เพื่อให้ฉู่เหยาได้ชมทิวทัศน์อย่างเต็มที่ คนรับใช้ในคฤหาสน์จึงขับรถกอล์ฟมารับ แล้วเชิญเธอกับเพยอวี่ขึ้นไปนั่งชมวิว
รถแล่นไปได้ไม่กี่นาที ถนนที่มีร่มไม้ก็สิ้นสุดลง ก่อนที่ทางจะแยกออกเป็นสองสาย
ทางฝั่งซ้ายมีสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ ส่วนทางฝั่งขวาเป็นสนามม้า
สิ่งที่คั่นกลางจนถนนแยกออกจากกันคือทะเลสาบเทียมขนาดใหญ่ ใจกลางทะเลสาบมีเกาะอยู่แห่งหนึ่ง มองจากระยะไกลยังเห็นศาลาและรูปปั้นบนเกาะได้
ในทะเลสาบมีหงส์ขาวฝูงใหญ่ว่ายน้ำอยู่ ดูผ่อนคลายและเป็นอิสระ
เมื่ออ้อมทะเลสาบเทียมมาแล้ว ถนนก็กลับมาบรรจบกันอีกครั้ง มุ่งตรงไปยังลานกว้างเล็ก ๆ หน้าอาคารหลัก
กลางลานมีน้ำพุตั้งตระหง่าน รายล้อมด้วยรูปปั้นสีขาวสไตล์ยุโรป
อาคารหลักของคฤหาสน์เป็นพระราชวังสไตล์บาโรกอันโอ่อ่าตระการตา ประตูทางเข้าสู่โถงใหญ่ทั้งกว้างและสูง ห้องจัดเลี้ยงที่มีเพดานสูงยี่สิบเมตรสามารถรองรับแขกได้กว่าพันคน แต่ในเวลานี้ คนรับใช้ทุกคนที่นี่ล้วนมีไว้เพื่อรับใช้ฉู่เหยาเพียงคนเดียว
