เวลาราวกับย้อนกลับไปยังตอนที่ฉู่เหยาทายาให้เฮ่อหลิ่น
เพียงแต่ครั้งนี้ ฉู่เหยาสวมเสื้อกาวน์สีขาวสำหรับเข้าออกห้องทดลอง
เธอสวมแว่นตาไร้กรอบไว้บนสันจมูก นั่งอยู่บนเก้าอี้พับ สายตาค่อย ๆ เลื่อนจากรอยแผลน้ำร้อนลวกของเฮ่อหลิ่นขึ้นมายังใบหน้า แววตาและคิ้วคู่นั้นเต็มไปด้วยท่าทีคุกคามอย่างเห็นได้ชัด
“เฮ่อหลิ่น คนที่คุณพูดถึง... คงไม่ใช่ตัวคุณเองหรอกนะ?”
ลูกกระเดือกของเฮ่อหลิ่นขยับกลืนน้ำลายอย่างประหม่า เขารีบปฏิเสธเสียงตะกุกตะกัก “อย่าพูดเหลวไหล! ฉันพูดตอนไหนว่าเป็นฉัน? ก็แค่...แค่บังเอิญตรงกับคุณสมบัติพวกนั้นเท่านั้นเอง...”
“อย่างนั้นหรือ?”
ฉู่เหยาวางขวดยาในมือลงข้าง ๆ เกิดเสียงกระทบดังขึ้นชัดเจน จนหัวใจเฮ่อหลิ่นพลันบีบรัด
วินาทีต่อมา ในมือเธอก็มีไม้เรียวเพิ่มขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เธอใช้ไม้เรียวเชยคางเฮ่อหลิ่นขึ้น ให้เขาสบกับใบหน้าที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของฉู่เหยา
“เจ้าหนูเฮ่อหลิ่น คุณไม่ซื่อสัตย์เลยนะ! เด็กที่โกหกต้องถูกลงโทษ...”
“คุณ...คุณจะทำอะไร...”
เฮ่อหลิ่นหงายหลังลงไปนั่งบนพรม ใช้ข้อศอกยันร่างไว้ ท่าทางดูน่าอเนจอนาถไม่น้อย
“ทำอะไรน่ะหรือ? แน่นอนว่าต้องลงโทษคุณ จนกว่าจะยอมเป็นเด็กดีที่ซื่อสัตย์ไงล่ะ”
ฉู่เหยาค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ นิ้วชี้ลากจากคางของเฮ่อหลิ่นลงมาถึงหน้าอก ก่อนจะเลื่อนลงไปยังเอวอย่างเชื่องช้า
ดวงตาเฮ่อหลิ่นเบิกกว้าง ใบหน้าพลันแดงก่ำในชั่วพริบตา
“ฉู่เหยา อย่า...อย่าแตะ...อื้อ...”
