หลี่ฉงโจวก็ชอบฉู่เหยาเหมือนกัน
เป็นความชอบแบบที่ผู้ชายมีต่อผู้หญิง
ตอนที่หลู่ซีเหนียนผุดความคิดนี้ขึ้นมา เขาก็ถึงกับอึ้งไป
เดิมทีเฮ่อหลิ่นก็ไม่เข้าใจว่าเจียงซวี่เหิงกำลังเล่นลวดลายอะไรอยู่กันแน่ พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นหลู่ซีเหนียนยืนชะงักอยู่หน้าประตู ก็ยิ่งหงุดหงิด จึงเอ่ยปากไล่ทันที
“ทำไมนายยังไม่ไปอีก?”
หลู่ซีเหนียนได้สติ สีหน้าซับซ้อนเล็กน้อยขณะมองอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปพูดกับฉู่เหยาด้วยท่าทางรู้กาลเทศะว่า “ในเมื่ออาหลิ่นมาแล้ว งั้นฉันกลับก่อนนะ”
เขาต้องทำให้ฉู่เหยาคลายความระแวง อีกทั้งยังต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกับความจริงที่เพิ่งคาดเดาได้ จึงไม่ได้หาข้ออ้างอยู่ต่อ แต่กลับออกจากวิลล่าไปอย่างง่ายดาย
เฮ่อหลิ่นเห็นเขาจากไปอย่างว่าง่าย ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าตัวเองจะระแวดระวังเกินไปหรือเปล่า
แต่เมื่อเทียบกับหลู่ซีเหนียนแล้ว เจียงซวี่เหิงเจ้าคนรับมือยากย่อมเป็นภัยคุกคามมากกว่า
เฮ่อหลิ่นเดินออกจากห้องหนังสือ แล้วมานั่งข้างฉู่เหยา ก่อนจะรวบเธอเข้ามากอดแนบอก
“ที่รัก เขามาตามตื๊อคุณ ทำไมไม่โทรหาผมล่ะ?”
“ยังไม่ทันได้โทร หลู่ซีเหนียนก็มาถึงแล้ว”
“แล้วเจียงซวี่เหิงทำอะไรไม่เหมาะสมหรือเปล่า?”
ฉู่เหยาพิงอกเฮ่อหลิ่น พอได้ยินคำถาม ร่างกายก็แข็งเกร็งไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบอย่างลังเลว่า “เขาดึงฉันไว้แล้วพูดเรื่อง...เรื่องผิดศีลธรรมบางอย่าง”
เฮ่อหลิ่นพลันตึงเครียด “เขาพูดอะไร?”
“เขาบอกว่า...อยากเป็นคนรักลับ ๆ ของฉัน...ตอนนั้นฉันตกใจจนทำอะไรไม่ถูก...”