ขณะที่เฮ่อหลิ่นกำลังระแวงไปต่าง ๆ นานา ฉู่เหยาก็เดินเข้าไปหาแล้วถามมู่หยุนเฉิงกับมู่หยุนจี๋ว่า “เอาของของฉันมาหรือยัง?”
มู่หยุนเฉิงหลีกให้พ้นทางเข้าประตูแล้วชี้ไปด้านหลัง “พวกเขากำลังตรวจอยู่”
หลู่ซีเหนียนชะโงกหน้าไปมองตรงประตู ก่อนพูดอย่างแปลกใจว่า “ตอนฉันมาถึงเมื่อกี้ พวกเขายังบอกว่าเอาคนมาด้วยไม่ได้อยู่เลย ทำไมพวกนายสองคนถึงพามาได้ล่ะ?”
ที่แท้ด้านนอกประตูยังมีคนอีกหลายคนยืนอยู่ พวกเขากำลังต่อแถวเข้าไปในรถตรวจค้น เห็นได้ชัดว่ากำลังถูกตรวจค้นตัว
“เข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่พวกเราสองคนพามาได้ แต่เขาต่างหากที่พามาได้”
มู่หยุนเฉิงผงกคางไปทางมู่หยุนจี๋ มู่หยุนจี๋จึงกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “คุณน้าหลี่ไหว้วานให้ผมเอาเครื่องมือกับตัวอย่างมาส่ง แล้วก็ช่วยฉู่เหยาจัดเตรียมสภาพแวดล้อมในห้องทดลองด้วย คนพวกนี้เป็นนักวิจัยที่ทำงานในห้องทดลองของผมมานานกว่าห้าปี ทุกคนไว้ใจได้ ผมถึงพาพวกเขามาด้วย”
เมื่อเฮ่อหลิ่นได้ยินเช่นนั้นก็รู้ตัวว่าคิดมากไปเอง จึงอดถอนหายใจโล่งอกอยู่เงียบ ๆ ไม่ได้
จากนั้นเขาก็หันไปถามมู่หยุนเฉิงว่า “เขามาทำธุระสำคัญ แล้วนายมาทำอะไรด้วย?”
“ทำไมล่ะ ฉันมาทำธุระสำคัญไม่ได้หรือไง? ช่วงนี้ฉันเป็นครูสอนศิลปะพิเศษของฉู่เหยา มาสอนเธอวาดภาพจิ๋วโดยเฉพาะ”
หลู่ซีเหนียนเลิกคิ้วอย่างสงสัย แล้วหันไปมองฉู่เหยา “จู่ ๆ เธอจะเรียนวาดของแบบนี้ไปทำไม?”
ภาพจิ๋วมีข้อกำหนดเรื่องขนาด จะวาดเป็นสีน้ำมันหรือสีน้ำก็ได้ แม้แต่ภาพพิมพ์แกะทองแดงก็ยังได้ แต่ขนาดใหญ่สุดต้องไม่เกิน 6 นิ้ว อีกทั้งยังต้องใส่ใจรายละเอียดให้ประณีตถึงที่สุด ไม่ใช่ว่าภาพมีขนาดเล็กแล้วจะเรียกว่าภาพจิ๋วได้
