ฉู่เหยาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้าแล้วพูดว่า “แค่ฟกช้ำนิดหน่อยค่ะ”
น้ำเสียงของเธอเบาสบาย ทว่าหลี่ฉงโจวฟังแล้วกลับไม่ค่อยเชื่อ
ถึงอย่างไรฉู่เหยาก็เก่งทั้งฟันดาบและโปโล การกระทบกระทั่งกันระหว่างเล่นกีฬาสองชนิดนี้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
ถ้าเป็นแค่รอยฟกช้ำเล็กน้อย เมื่อครู่ฉู่เหยาก็คงไม่แสดงปฏิกิริยารุนแรงขนาดนั้น
“เจ็บตรงไหน ให้ผมดูหน่อย”
ฉู่เหยากุมไหล่ไว้โดยไม่รู้ตัว เอ่ยอย่างกระอักกระอ่วนว่า “เจ็บตรงไหล่ค่ะ ไม่ค่อยสะดวก”
เห็นท่าทางของเธอแล้วหลี่ฉงโจวก็อดหัวเราะไม่ได้ “ไม่นึกเลยว่าอายุน้อย ๆ จะหัวโบราณขนาดนี้ ไหล่มีอะไรไม่สะดวกกัน? เอาละ เดี๋ยวผมให้หมอมาตรวจให้ แบบนี้คงได้ใช่ไหม?”
“หมอเหรอคะ? ไม่จำเป็นหรอกค่ะ… เป็นแค่แผลเล็ก ๆ จริง ๆ”
ฉู่เหยาสบตาที่ไม่เห็นด้วยของหลี่ฉงโจว เม้มริมฝีปาก ก่อนยอมถอดแขนเสื้อคลุมอาบน้ำที่สวมทับออกข้างหนึ่งในที่สุด “ถ้าจะดูก็ดูเถอะค่ะ แต่ไม่ต้องเรียกหมอมาจริง ๆ”
หลี่ฉงโจว “……”
ทำไมฟังแล้วถึงรู้สึกแปลก ๆ อย่างนี้นะ?
ถ้าไม่รู้คงนึกว่าเขากำลังจะทำอะไรเสียอีก…
ที่จริงแล้วฉู่เหยาแต่งตัวมิดชิดอยู่เสมอ แม้จะสวมชุดนอนก็ยังมีเสื้อคลุมตัวยาวทับอีกชั้น ต่อให้เดินลงมาข้างล่างในชุดนอน ก็ไม่ทำให้ใครคิดไปไกล
ตอนแรกหลี่ฉงโจวเองก็ไม่ได้คิดอะไร แค่อยากรู้ว่าเธอบาดเจ็บหนักหรือไม่
แต่พอได้ยินคำพูดของฉู่เหยา ความคิดฟุ้งซ่านบางอย่างก็ผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ตอนตรวจดูบาดแผลของเธอ หลี่ฉงโจวจึงรู้สึกผิดอย่างประหลาด ราวกับมองตรงไหนก็ไม่เหมาะสมไปหมด
