เมื่อฉู่เหยาได้ยินคำถามของเฮ่อหลิ่น ก็เอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันทีว่า “ถามอะไรแบบนั้น แน่นอนว่าฉันอยู่ในวิลล่าจนเบื่อ ไม่มีอะไรทำแล้วน่ะสิ ไม่อย่างนั้นจะเป็นเพราะอะไรได้อีก?”
เฮ่อหลิ่น “...”
อดสงสัยไม่ได้ว่าเบบี๋กำลังเหน็บแนมเขาอยู่
ดีไซเนอร์สาวเห็นภาพนี้แล้ว ก็อดเผยรอยยิ้มบาง ๆ ไม่ได้
เธอได้รับมอบหมายจากหลี่ฉงโจวให้มาดูแลฉู่เหยา ย่อมเป็นคนมีชื่อเสียงอยู่บ้างในแวดวงเครื่องประดับ
วงการนี้ติดต่อกับสังคมชั้นสูงอยู่บ่อยครั้ง ตอนที่เธอเข้ามาจึงจำเฮ่อหลิ่นได้ทันที
เพียงแต่ไม่รู้ว่าคุณฉู่ผู้นี้มีสถานะอย่างไรกันแน่ ถึงทำให้รัชทายาทแห่งตระกูลเฮ่อต้องเสียท่าได้
แม้แต่พลตรีหลี่ฉงโจวเองก็ยังปฏิบัติต่อเธอแตกต่างจากคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คนผู้นี้ก็ไม่ใช่คนที่ดีไซเนอร์เครื่องประดับตัวเล็ก ๆ อย่างเธอจะไปล่วงเกินได้ ดูแลให้ดีเข้าไว้ย่อมเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า
ดังนั้นบทเรียนตัวต่อตัวของดีไซเนอร์จึงกลายเป็นชั้นเรียนงานฝีมือแบบสองต่อหนึ่ง
รัชทายาทเฮ่อหลิ่นเห็นได้ชัดว่าเป็นคนมือไม่เอาไหนในด้านนี้ แต่กลับทั้งฝีมือแย่ทั้งกระตือรือร้นนัก ยืนกรานจะแข่งทำลวดลายเรขาคณิตแบบเดียวกับฉู่เหยา จนวัสดุที่ดีไซเนอร์เตรียมมาแทบไม่พอใช้
ฉู่เหยาถูกรบกวนไปครึ่งคาบ จู่ ๆ ก็สูดหายใจลึก ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “เฮ่อหลิ่น ลุกขึ้น”
เฮ่อหลิ่นมองเธออย่างไม่เข้าใจนัก แต่ก็ยังลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย
