โพสต์อินสตาแกรมของหลู่ซีเหนียนเพิ่งลงไปได้ไม่นาน โทรศัพท์ของเฮ่อหลิ่นก็โทรเข้ามือถือเขา
“หลู่ซีเหนียน นายอยากตายหรือไง? เธอเพิ่งกลับประเทศ ฉันอยากให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่เลยไม่ได้ไปหาเธอ แล้วนี่ฉันเปิดทางให้นายไปรบกวนเธอหรือไง?”
เสียงกัดฟันพูดของเฮ่อหลิ่นดังผ่านโทรศัพท์เข้าหูหลู่ซีเหนียน ทว่าเขากลับมองฉู่เหยากับเจียงซวี่เหิงแวบหนึ่ง ก่อนพูดยิ้ม ๆ ว่า “อย่าระแวงเกินไปสิ! ฉันไม่ได้อยู่กับฉู่เหยาตามลำพังสักหน่อย แถมยังมีคนมาถึงก่อนฉันอีกนะ!”
“ใคร?”
เฮ่อหลิ่นถามเอง แล้วไม่รอให้หลู่ซีเหนียนตอบก็สรุปอย่างหงุดหงิด “เจียงซวี่เหิงสินะ? หมอนั่นนี่ตามติดไม่เลิกจริง ๆ!”
“เพราะงั้นไง…ฉันว่าการที่ฉันอยู่ตรงนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่สำหรับนาย อย่างน้อยตอนนี้หมอนั่นก็ไม่สนอะไรแล้ว ถ้าปล่อยให้อยู่ที่นี่คนเดียว ใครจะวางใจได้ล่ะ จริงไหม?”
“หึ…ถ้าวันนี้เขาไม่ไป นายก็จะไม่ไปรบกวนฉู่เหยาแล้วหรือไง?” เฮ่อหลิ่นหัวเราะเย็นชาจากปลายสาย ก่อนพูดต่อว่า “นายเองก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรนักหรอก!”
“เฮ้! พูดเกินไปแล้ว!”
หลู่ซีเหนียนยังอยากเถียงกับเฮ่อหลิ่นต่ออีกสองสามประโยค แต่ทางนั้นกลับตัดสายอย่างหมดความอดทน
เขามองหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนหันไปยักไหล่ให้เจียงซวี่เหิงด้วยสีหน้าทั้งจนใจทั้งยินดีที่เห็นอีกฝ่ายเดือดร้อน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงชวนโดนต่อยว่า “จบเห่แล้ว ตัวจริงเหมือนจะมาตรวจแล้วล่ะ!”
เจียงซวี่เหิงเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “นายดีใจมากหรือไง?”
หลู่ซีเหนียนยิ้มพลางถอดมงกุฎออกจากศีรษะ หมุนเล่นไปมาอย่างไม่ยี่หระ “ก็เฉย ๆ นะ!”