หลี่ชิงชานเอ่ยปากขัดจังหวะความคิดของทุกคน
“ถ้าอยากร่วมมือกับขุมอำนาจที่อยู่เบื้องหลังพวกท่าน ข้ามีตัวอย่างโอสถหลายชนิดให้เลือกชม
จะให้พวกท่านดูก่อนได้
แต่ถ้าจะร่วมมือกัน ต้องจ่ายเงินมัดจำก่อน
และข้าจะร่วมมือกับขุมอำนาจที่ทำข้อตกลงกับข้าภายในวันพรุ่งนี้เท่านั้น”
หวังอวี้หวนรู้สึกประหลาดใจ ช่วงไม่กี่วันนี้หลี่ทงเทียนดูเหมือนจะบ้าคลั่งเรื่องเงินไปแล้ว
เอาแต่คิดหาทางหาเงิน
ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน
เธออดเอ่ยปากถามไม่ได้
“พี่ชาย ท่านจะทำอะไรกันแน่? ขาดเงินขนาดนั้นเลยหรือ?”
ทุกคนหันมองหลี่ชิงชาน
หลี่ชิงชานเงียบไปหลายวินาที
“จะคิดว่าข้ากำลังช่วยชีวิตตัวเองก็ได้”
“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ?”
หวังอวี้หวนหน้าซีด รีบเดินมาหาหลี่ชิงชานแล้วคว้ามือเขาไว้
“ไม่ต้องห่วง ข้าปลอดภัยดี แค่เปรียบเทียบเท่านั้น
แต่ถ้าพูดถึงความสำคัญ ก็พอ ๆ กัน”
หวังอวี้หวนทำปากยื่น มือเล็กข้างหนึ่งเท้าคาง ทำท่าครุ่นคิด
“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นเรื่องสำคัญมากจริง ๆ
อีกอย่าง ถ้าท่านหลอมโอสถพวกนี้ได้ทีละมาก ๆ
การร่วมมือกับท่านก็เป็นเรื่องดีอย่างยิ่งสำหรับตระกูลข้า”
หวังอวี้หวนยื่นมือทั้งสองข้างไปทางหลี่ชิงชาน
“ตกลง ตระกูลข้าร่วมมือกับท่าน”
หลงจิ่วพลิกเล่นโอสถในมือ
“ถ้าโอสถเหล่านี้มีสรรพคุณอย่างที่ท่านว่า สำนักหกพัดก็รับซื้อได้ไม่จำกัด
ถึงขั้นสั่งจองล่วงหน้าได้ตามที่ท่านพูดด้วย
แต่ต้องส่งตัวอย่างโอสถกลับไปให้บิดาข้าก่อน ท่านถึงจะโน้มน้าวใต้เท้าคนอื่น ๆ ได้”
“ข้าก็ยินดีช่วยอย่างเต็มกำลังเช่นกัน”
ตี๋หยวนฟาง ผู้ซึ่งแทบไม่มีใครสังเกตเห็น เอ่ยขึ้นจากด้านข้าง
“ได้ เช่นนั้นก็ต้องรบกวนทุกท่านแล้ว”
ทุกคนหารือรายละเอียดกันอีกเล็กน้อย
ตกลงกันว่าจะรีบส่งวัตถุดิบชุดหนึ่งมาให้หลี่ชิงชานนำไปหลอม
จะได้จัดทำสินค้าชุดแรกออกมา ให้คำตอบกับขุมอำนาจทั้งหลายที่ออกเงินให้