คำบ่นปนสะอื้นของเสี่ยวอวี๋
ส่งผ่านไมโครโฟนที่ช่างภาพติดไว้บนขาตั้ง ดังชัดเข้าไปในหูของชาวเน็ตนับสิบล้านคน
ถนนสายเก่าในเจียงเฉิงยังคงอบอ้าวเช่นเดิม
แต่ในอีกฟากหนึ่งของโลกออนไลน์
ประโยคนี้ดึงความตึงเครียดของชาวเน็ตนับสิบล้านคนจนถึงขีดสุด ราวกับกำลังยืดเส้นบะหมี่
จากนั้น
เสียง “เพี๊ยะ” ก็ดังขึ้น
ทุกอย่างขาดผึงลงในพริบตา
“ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย?”
ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่หรูแห่งหนึ่งในเยี่ยนจิง ลูกเศรษฐีคนหนึ่งกำลังคาบบุหรี่เล่นเกมอยู่
เขาตบจนบุหรี่ในปากกระเด็น
ปลายบุหรี่ลวกหลังมือ แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บ
มือทั้งสองข้างกำหูฟังครอบหูแน่น
“มีเงินใช้จ่ายสองแสนล้าน ยังกลัวโดนด่าเพราะซื้อเนื้อเยอะไปงั้นเหรอ?”
“ฉันได้เงินใช้เดือนละแสน พ่อยังด่าฉันว่าเป็นไอ้ขยะ”
ลูกเศรษฐีตาแดงก่ำ เตะถังขยะข้างตัวจนคว่ำ
“ตกลงพ่อแบบไหนกันวะเนี่ย!”
ช่องแสดงความคิดเห็นของโต่วอิน
หลังเงียบงันมานานถึงหนึ่งนาที
ก็พังทลายลงราวกับเขื่อนแตก
ข้อความสีขาวนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง กลบไอดีสีทองหม่นของพวกมหาเศรษฐีจนมิด
“ฉันอิจฉาจนเปรี้ยวไปหมดแล้ว! นี่คือการเลี้ยงลูกแบบให้ใช้ชีวิตลำบากระดับท็อปเหรอ?”
“เงินสามสิบหยวนโดนมิจฉาชีพหลอกจนแทบตาย แต่ท่านมหาเศรษฐีสองแสนล้านเอาไปซื้อเนื้อ!”
“รีบบอกมาเลยว่าใครเขียนบทนี้ ฉันจะคุกเข่าคารวะเขาสักที!”
“ใครสืบตัวพ่อคนนั้นได้บ้าง? ทั่วอินเทอร์เน็ตให้รางวัลหนึ่งแสน!”
“สามแสน! ฉันให้สามแสน ขอที่อยู่พ่อคนนั้น!”
ยอดผู้เข้าชมพุ่งทะยานขึ้นเป็นทวีคูณ
ผู้ชมออนไลน์หนึ่งพันห้าล้านคน
สองพันล้าน
สามพันล้าน
