เช้าวันรุ่งขึ้น
แผงขายน้ำเต้าหู้ในย่านเก่าเพิ่งเริ่มมีควันขาวลอยขึ้นเป็นสายแรก
“เอี๊ยดอ๊าด เอี๊ยดอ๊าด”
เสิ่นจิงหยวนถีบรถสามล้อยี่ห้อหงซิง พาเสี่ยวอวี๋ออกจากปากตรอก
วันนี้เสี่ยวอวี๋สวมเสื้อตัวสั้นสีขาวลายดอกไม้สีฟ้า ซึ่งซักจนสะอาดเอี่ยม
นี่เป็นเสื้อตัวโปรดของเธอ
แม้ปลายแขนเสื้อจะเริ่มเป็นขุย แต่เด็กหญิงตัวน้อยยังคงยืดหลังตรง มือเล็กทั้งสองข้างกำใบสมัครที่กรอกเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแน่น
ฝ่ามือชุ่มเหงื่อไปหมด
หอเยาวชนเจียงเฉิง จุดรับสมัคร
ผู้คนเบียดเสียดแน่นขนัด
ในห้องโถงเต็มไปด้วยผู้ปกครองที่พาลูกมาสมัคร “ถ้วยแสงดาว” กลิ่นน้ำหอมฉุนหลายชนิดปะปนกับกลิ่นเหงื่อเปรี้ยวคลุ้งไปทั่ว
เพื่อเจ้าหมีตุ๊กตาตัวใหญ่รางวัลที่หนึ่ง เสี่ยวอวี๋จึงตื่นแต่เช้าตรู่
เธอจูงมือเสิ่นจิงหยวนเข้าแถวที่ยาวเหยียด รอนานกว่าหนึ่งชั่วโมงเต็ม
ในที่สุดก็ถึงคิวหน้าสุด
“สวัสดีค่ะคุณครู”
เสี่ยวอวี๋เขย่งปลายเท้า ยื่นใบสมัครที่ยับย่นเล็กน้อยด้วยสองมือให้เจ้าหน้าที่หญิงในเครื่องแบบซึ่งนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน
เจ้าหน้าที่หญิงกำลังทาเล็บพลางเล่นโทรศัพท์มือถือ
เธอไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น
นิ้วที่ทาเล็บสีแดงค้างไว้ครึ่งหนึ่งหนีบใบสมัครมาอย่างไม่ใส่ใจ
กวาดตามองแวบหนึ่ง
เสิ่นเสี่ยวอวี๋
จากนั้นก็เงยหน้ามองเสิ่นจิงหยวนที่ยืนอยู่ด้านหลังเด็กหญิง เขาสวมเสื้อยืดสีขาวที่ซักจนเหลืองและใส่รองเท้าแตะพลาสติก
