หลังตกปลาเสร็จ ทุกคนก็พาเล่อเป่าไปรับประทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารส่วนตัวแห่งหนึ่ง เจ้าตัวน้อยยืนกรานว่าจะต้องเห็นปลาของตัวเองก่อนถึงจะวางใจ แต่ปลาตัวใหญ่นั้นหนักตั้งสิบกว่าจิน จะพาไปด้วยก็ไม่สะดวกเลย
เกลี้ยกล่อมกันอยู่นาน ในที่สุดเจ้าตัวน้อยก็ยอมเอาปลาตัวเล็กกลับไป ส่วนตัวใหญ่ให้คนรับใช้พากลับบ้านไปเลี้ยง รอให้คุณแม่กับพี่ชายกลับบ้านตอนเย็นแล้วค่อยกินด้วยกัน
ร้านอาหารส่วนตัวแห่งนี้ดูคล้ายเรือนพักส่วนตัว ไม่รับลูกค้าขาจร ต้องจองล่วงหน้า ในแต่ละวันรับแขกเพียงสองโต๊ะ ทั้งยังไม่มีเมนู ลูกค้าต้องกินตามที่พ่อครัวทำ
เจ้าของร้านเป็นสามีภรรยาสูงวัย บรรพบุรุษของพวกเขาเคยเป็นพ่อครัวหลวง ทั้งสองรู้จักกับพวกผู้เฒ่ามาหลายสิบปีแล้ว
“เหล่าโม่ วันนี้ต้องเพิ่มกับข้าวสักอย่างแล้วล่ะ”
ทันทีที่เข้ามา ลู่เจี้ยนกั๋วก็ร้องบอกว่าจะเพิ่มอาหาร
สองสามีภรรยาตระกูลโม่ได้ยินเสียงจึงออกมาต้อนรับ พอเห็นปลาที่พวกเขาถือมา ก็เดินเข้าไปรับไว้
“พี่ลู่ วันนี้ได้ของติดมือกลับมาแล้วสินะ ในที่สุดก็ไม่กลับบ้านมือเปล่าเสียที”
เหล่าโม่แหย่พวกเขาว่าในที่สุดก็จับปลาได้สักที
“โอ้โห เด็กน้อยคนนี้เป็นลูกหลานบ้านไหนกัน น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ”
คุณย่าโม่เห็นเด็กอ้วนกลมในอ้อมแขนของลู่เจี้ยนกั๋วตั้งแต่แรก
“หลานสาวผม ลูกแท้ ๆ ของเฉินเยว่ เล่อเป่า”
ลู่เจี้ยนกั๋วเจอใครก็อวดหลานสาวด้วยความภูมิใจ แถมยังต้องย้ำคำว่า ‘แท้ ๆ’ อีกด้วย กลัวคนอื่นจะหาว่าเขาคิดถึงหลานจนเพี้ยน เลยไปอุ้มเด็กที่ไหนมาอ้างเป็นหลาน
“โธ่ เล่อเป่า มาหาย่าให้อุ้มหน่อยสิ ย่าจะทำของอร่อยให้กิน ดีไหมจ๊ะ”
ไม่มีคุณปู่คุณย่าคนไหนต้านทานความน่ารักของเล่อเป่าได้
“คุณย่าคะ ปลาของเบบี๋”
เล่อเป่าเจอใครก็พูดว่าปลาตัวนี้เธอตกได้ อยากให้คนทั้งโลกรู้ว่าเธอเก่งแค่ไหน
