ยามค่ำคืน แสงไฟนอกหน้าต่างสว่างไสว ท่ามกลางม่านหมอกหลากสี
เล่อเป่าดูหมูเป๊ปป้าไป 2 ตอนแล้วก็ยังไม่ยอมเข้านอน นอนดิ้นแผ่หลาอยู่บนพื้น ไม่ให้แม่อุ้ม
“คุณแม่ ดูเป๊ปป้าอีกตอนนะ”
เล่อเป่านอนอยู่บนพื้น ดวงตาฉ่ำน้ำจับจ้องถังหว่านหนิงไม่วาง
“ไม่ได้ หนูดูไปตั้งสองตอนแล้ว ตกลงกันแล้วนี่ว่าดูจบก็จะเข้านอน”
เรื่องหลักการบางอย่าง ถังหว่านหนิงไม่เคยตามใจลูก
“เบบี๋ดูอีกตอนนะ”
เล่อเป่ายังคงหมายมั่นจะดูต่ออีกตอน แต่ดันเจอแม่ที่ไม่ยอมตามใจเข้าให้
“ถังอันเล่อ แม่จะนับถึงสาม ถ้ายังไม่ลุก แม่จะเรียกคุณตำรวจมาแล้วนะ”
เล่อเป่ากลัวคุณตำรวจที่สุด เธอมักเห็นคนร้ายถูกจับในโทรทัศน์ แม่บอกว่าเด็กที่ไม่เชื่อฟังก็จะถูกคุณตำรวจจับไปเหมือนกัน ถ้าถูกจับไปแล้ว เธอก็จะไม่ได้เจอแม่อีกเลย
“หนึ่ง สอง...”
เพิ่งนับถึงสอง เจ้าตัวเล็กก็รีบลุกขึ้นมาเอง แล้วกอดขาถังหว่านหนิงอย่างประจบประแจง
“คุณแม่ เบบี๋เชื่อฟังแล้ว ไม่เอาคุณตำรวจนะ”
ถังหว่านหนิงกลั้นยิ้ม อุ้มเธอไปอาบน้ำในห้องน้ำ
“คุณแม่ เป็ดน้อย”
เวลาอาบน้ำ เจ้าตัวเล็กชอบบีบเป็ดยางสีเหลือง เพราะถังหว่านหนิงจะใส่เป็ดไว้ในอ่างให้สองตัวทุกครั้ง
หลังอาบน้ำเสร็จ ถังหว่านหนิงก็ใช้ผ้าขนหนูห่อตัวลูกน้อยเอาไว้ ผิวขาวอมชมพู เนื้อนุ่มนิ่มน่ารัก จนเธออดใจไม่ไหว หอมแก้มลูกฟอดใหญ่
“ฮิ ๆ ๆ ๆ”
เจ้าตัวเล็กหัวเราะเอิ๊กอ๊าก เธอชอบให้แม่แสดงความรัก ชอบให้แม่หอมและอุ้ม
พอเล่อเป่าสวมชุดนอนหมีน้อยแบบเต็มตัว ก็ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่ ราวกับหลานสาวในฝันของคุณปู่คุณย่าเลยทีเดียว
“ก๊อก ๆ ๆ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เด็กดีเข้านอนนะคะ แม่ไปดูว่าใครมา เดี๋ยวกลับมาอยู่เป็นเพื่อน”
ถังหว่านหนิงจูบหน้าผากเจ้าตัวเล็กเบา ๆ ก่อนเดินไปเปิดประตูห้องนั่งเล่น
“พวกคุณมาทำอะไรที่นี่”
เมื่อเห็นคนหลายคนยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าของถังหว่านหนิงก็เคร่งขรึมลง
“ยัยเด็กอกตัญญู ว่ายังไง ปีกกล้าขาแข็ง อยากบินหนีแล้วหรือ ตระกูลถังเลี้ยงแกมาจนโต แกตอบแทนพวกเราแบบนี้หรือไง”
คนพูดคือฟู่หมิงฮุ่ย แม่ของถังหว่านโหรว และเป็นคนที่พาถังหว่านหนิงกลับบ้านในตอนนั้น
หากจะถามว่าความปากร้ายของถังหว่านโหรวได้มาจากใคร ฟู่หมิงฮุ่ยย่อมมีส่วนไม่น้อย
“ตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน ตอนที่พวกคุณวางยา ฉันกับพวกคุณก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”
ก่อนหน้านี้ ถังหว่านหนิงอาจยังคำนึงถึงบุญคุณที่ตระกูลถังเลี้ยงดูมา แม้พวกเขาจะปฏิบัติต่อเธอไม่ต่างจากคนรับใช้ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เธอเติบโตมาอย่างปลอดภัย
แต่เมื่อตระกูลถังคิดจะลากเธอที่กำลังตั้งครรภ์ไปบังคับทำแท้ง บุญคุณเพียงน้อยนิดที่ยังเหลืออยู่ระหว่างเธอกับพวกเขาก็ขาดสะบั้นลง
“บุญคุณที่เลี้ยงดูมา คิดจะตัดขาดก็ตัดได้ง่าย ๆ หรือไง”
ถังหว่านโหรวผลักถังหว่านหนิงที่ยืนขวางประตูออก แล้วเดินเข้าบ้านไปเอง ฟู่หมิงฮุ่ยก็เดินตามเข้าไป ขณะที่หน้าประตูมีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าอยู่สองคนเพื่อป้องกันไม่ให้พวกเธอหนี
สองแม่ลูกกวาดตามองห้องเล็ก ๆ แบบหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น ความรังเกียจในแววตาปิดไม่มิด
“ถังหว่านหนิง บอกหน่อยสิว่าเธอคิดอะไรอยู่ ถึงยอมทิ้งโอกาสเป็นคุณนายตระกูลร่ำรวยเพื่อเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง”
“หุบปาก ลูกของฉันไม่ใช่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า”
ถังหว่านหนิงยอมให้พวกนั้นด่าว่าเธอได้ แต่ไม่มีวันยอมให้พวกนั้นด่าลูกของเธอ
“แหม พูดแค่นี้ก็ทนไม่ได้แล้วเหรอ ฉันไม่พูดไร้สาระกับเธอแล้ว วันนี้ฉันมาแจ้งข่าวดีให้รู้
คุณหวังไม่ถือว่าเธอเคยมีลูกมาก่อน และยินดีแต่งงานกับเธอ แต่ห้ามพาลูกไปด้วย เมื่อสามปีก่อนเธอพลาดโอกาสไปครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้ห้ามพลาดอีกเด็ดขาด”
คุณหวังที่ถังหว่านโหรวพูดถึงก็คือคนที่ตระกูลถังวางแผนจะส่งถังหว่านหนิงไปให้เมื่อสามปีก่อน เขาอายุสี่สิบกว่า อ้วนท้วนหัวโต แต่ดันถูกใจถังหว่านหนิง จึงเป็นต้นเหตุให้ตระกูลถังวางยาเธอ
“ตระกูลหวังดีนักไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมเธอไม่แต่งเข้าไปเองล่ะ”
เมื่อสามปีก่อน เธอไม่ยอมให้เขาสมใจ สามปีให้หลังยิ่งไม่มีทาง
เล่อเป่าคือชีวิตของเธอ ไม่มีใครแยกพวกเธอสองแม่ลูกออกจากกันได้
“จะพูดกับเธอให้มากความทำไม พาตัวไปเลย”
ฟู่หมิงฮุ่ยตะโกนเรียกบอดี้การ์ดสองคนที่หน้าประตูอย่างหมดความอดทน สั่งให้พาตัวถังหว่านหนิงไปโดยใช้กำลัง
“พวกคุณจะทำอะไร นี่มันผิดกฎหมาย ฉันจะแจ้งตำรวจ”
เมื่อเห็นบอดี้การ์ดขยับเข้ามา ถังหว่านหนิงก็ครุ่นคิดหาทางหนี เล่อเป่ายังอยู่ในห้อง เธอปล่อยให้ลูกบาดเจ็บไม่ได้
“แกเป็นลูกสาวตระกูลถัง ฉันพาลูกสาวตัวเองกลับบ้าน ตำรวจก็ยุ่งไม่ได้ พาตัวไป”
ถังหว่านโหรวแย่งโทรศัพท์จากมือถังหว่านหนิงไปทันที ฟู่หมิงฮุ่ยก้าวเข้ามาตบหน้าเธอฉาดหนึ่ง
ขณะที่บอดี้การ์ดกำลังจะลากถังหว่านหนิงไป เล่อเป่าก็ถือปืนของเล่นเดินออกมา
“ปล่อยคุณแม่ของหนูนะ คนร้าย”
เล่อเป่าตัวน้อยยังไม่รู้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนแบบไหน เธอรู้เพียงว่ามีคนกำลังรังแกแม่
เธอเห็นในโทรทัศน์ว่าคนร้ายกลัวปืน จึงหยิบปืนของเล่นออกมา
“หึ เด็กเหลือขอก็โตขนาดนี้แล้ว น่าเสียดายนะ อีกเดี๋ยวแกก็จะกลายเป็นเด็กกำพร้าแล้ว”
ถังหว่านโหรวมองเล่อเป่าที่ถือปืนของเล่นวิ่งออกมา แล้วหัวเราะเยาะ
เธอยื่นมือไปหยิกแก้มเล่อเป่าอย่างแรงจนเด็กน้อยร้องไห้จ้าเพราะเจ็บ
“ถังหว่านโหรว ปล่อยเล่อเป่านะ มีอะไรก็มาลงที่ฉัน”
เมื่อเห็นเล่อเป่าบาดเจ็บ ถังหว่านหนิงก็แทบอยากฆ่าคน
“ฮือ ๆ ๆ คนร้ายตีเบบี๋ คุณแม่”
เล่อเป่าร้องไห้เรียกหาแม่ แต่แม่ของเธอถูกคนร้ายจับตัวไว้
“เล่อเป่า อย่าร้องนะ โทรหาแม่ทูนหัวสิ แม่สอนหนูแล้วนี่”
เล่อเป่าดิ้นรนจะเข้าไปกอดถังหว่านหนิง แต่กลับถูกถังหว่านโหรวผลักล้มลงกับพื้น ชั่วขณะนั้นเสียงร้องไห้โวยวายก็ดังระงมไปทั่วห้อง
“โครม!”
ทันใดนั้น ประตูก็ถูกใครบางคนถีบเปิดจากด้านนอก
ลู่เฉินเยว่ถีบประตูเปิด พอเห็นภาพในห้อง ความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
เด็กน้อยนอนคว่ำอยู่บนพื้น แก้มข้างหนึ่งบวมเป่ง ส่วนผู้หญิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็ถูกชายชุดดำสองคนกดตัวไว้ รอยฝ่ามือบนใบหน้าเด่นชัด
ผู้หญิงกับลูกของลู่เฉินเยว่ ใครกันที่กล้าทำร้ายพวกเธอถึงเพียงนี้
“คุณเป็นใคร อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่น นี่เป็นเรื่องในครอบครัวตระกูลถัง”
เมื่อเห็นว่าผู้มาใหม่ดูไม่เป็นมิตร ฟู่หมิงฮุ่ยก็พยายามยกตระกูลถังขึ้นมาข่มขู่เขา
แต่ลู่เฉินเยว่เป็นใคร เขาคือเทพแห่งวงการธุรกิจ จะต้องกลัวใครด้วยหรือ
“ตึก ตึก ตึก...”
เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดังขึ้น ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจสองแม่ลูกตระกูลถัง
ลู่เฉินเยว่อุ้มเล่อเป่าที่กำลังร้องไห้จ้า แล้วหันกลับไปเตะท้องถังหว่านโหรวเต็มแรง
“หว่านโหรว!”
เมื่อเห็นลูกสาวถูกทำร้าย ฟู่หมิงฮุ่ยก็รีบเข้าไปพยุง
“ยังยืนบื้ออยู่ทำไม ฆ่ามันให้ตาย!”
บอดี้การ์ดสองคนเห็นดังนั้นก็ไม่สนใจถังหว่านหนิงอีก หันไปหาลู่เฉินเยว่
แต่พวกเขายังไม่ทันได้ลงมือ บอดี้การ์ดที่ตามมาสมทบอีกหลายคนก็กดพวกเขาลงกับพื้น
ฟู่หมิงฮุ่ยเห็นดังนั้นก็ลนลาน
“คุณเป็นใครกันแน่ คิดให้ดีนะว่ากำลังทำอะไร ตระกูลถังไม่ใช่ใครจะมาหาเรื่องก็ได้”
“หึ ตระกูลถังหรือ ช่างเป็นตระกูลถังที่ยิ่งใหญ่เสียจริง กล้าลงมือกับคนของลู่เฉินเยว่ พวกคุณเก่งมาก”
ลู่เฉินเยว่ทำหน้าขรึม เด็กน้อยในอ้อมแขนยังคงร้องไห้จ้า เสียงดังจนเขาปวดหัว
“โยนพวกเธอกลับไปที่ตระกูลถัง แล้วบอกถังจ้านเทียนว่า ฉันจะเอาตระกูลถัง”
แค่ตระกูลถังเล็ก ๆ ยังกล้าลงมือกับคนของเขาต่อหน้าต่อตา ช่างรนหาที่ตายจริง ๆ
