บทที่ 4 จะเอาไงต่อกับพ่อเฮงซวยกับแม่เลี้ยง
ซูม่อเฉียนเห็นสมุดบัญชีทั้งสองเล่มไม่มีประวัติการถอนเงิน ถึงได้วางใจ
ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หลี่เยว่แม่เลี้ยงคนนี้ใช้เวลาไม่ถึงปี ก็ทยอยโอนเงินในสมุดบัญชีออกไปจนหมด
โชคดีที่เอาคืนมาได้ทัน
ถ้าไม่ใช่เพราะเธออายุน้อย ร่างเล็ก ไม่มีกำลังจะสู้กับแม่เลี้ยงได้เลย มิฉะนั้นเด็กน้อยอย่างเธอจะต้องอดทนอดนอนเล่นเกมชิงไหวพริบจนดำคล้ำใต้ตาแบบนี้หรือ
ตอนนี้เธอก็แค่เด็กที่เพิ่งผ่านวัยที่ต้องให้คนคอยเช็ดก้นเช็ดเยี่ยวเท่านั้นเอง
สี่ขวบครึ่ง
อายุที่ทั้งน่าสมเพชและหมดหนทางจริง ๆ
ตอนที่เธอลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองมือเล็กเท้าน้อย แถมบนหัวเตียงยังมีขวดนมเปล่าวางอยู่ เธออยากจะสิ้นใจตายตรงนั้นเลยด้วยซ้ำ...
ใครจะไปนึกว่าเธอผู้เป็นถึงประมุขรุ่นหนึ่งของตระกูลลึกลับ คุณหนูใหญ่ที่ถูกปลูกฝังมาอย่างดีตั้งแต่เล็ก กลับถูกพ่อทรพีผู้ทะเยอทะยานลอบสังหารจนตายตามกันไปในวัยสิบแปด หลังจากวิญญาณล่องลอยมายังโลกที่ดูล้าสมัยนี้
และยังมาสิงอยู่ในร่างของเด็กสี่ขวบที่ชื่อและนามสกุลเดียวกัน เพิ่งสูญเสียแม่ไปหมาด ๆ อีกด้วย
ร่างเดิมไม่รู้ได้โชคอะไรมาถึงมีโอกาสได้เกิดใหม่
แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมยอมให้วิญญาณสลาย ยังดีกว่าต้องกลับไปอยู่กับญาติพี่น้องของตนอีก
เธอถึงได้โอกาสมาเกิดใหม่ในร่างนี้
เธอมาอยู่ในโลกนี้ได้เกือบสองเดือนแล้ว
นับตั้งแต่รู้ข่าวว่าแม่เสียสละชีวิต เจ้าของร่างเดิมก็เริ่มใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย
สุดท้ายสิ่งที่ทำให้เธอพังทลาย นอกจากความทุกข์ที่คิดถึงแม่ตลอดเวลาแล้ว ก็คือเดือนถัดจากแม่เสียสละ เธอรู้ข่าวว่าพ่อจะแต่งงานกับแม่เลี้ยงคนใหม่
และที่ทำให้เธอยิ่งเสียใจหนักคือ แม่เลี้ยงยังจะพาลูกติดที่เป็นน้องสาวบุญธรรม อายุน้อยกว่าเธอหนึ่งปี เข้ามาในบ้านด้วย
ผู้หญิงที่กำลังจะย้ายเข้ามา ยังเป็นคนที่พ่อเคยรักมากที่สุดในอดีตด้วย
เรื่องพวกนี้ ล้วนเป็นยายของเจ้าของร่างเดิมบอกกับเธอ
ดังนั้นเจ้าของร่างเดิมจึงรู้สึกราวกับฟ้าถล่ม
หลังจากนั้น
เรือนร่างน้อย ๆ ของเจ้าของร่างเดิมทนไม่ไหวเริ่มมีไข้ ยายที่ไม่ชอบเธอตั้งแต่แรกและลำเอียงรักหลานชาย แสร้งมองไม่เห็น ปล่อยให้เจ้าของร่างเดิมไข้ขึ้นจนเกือบกลายเป็นคนโง่
พ่อเฮงซวยเป็นคนสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอแล้วพาส่งโรงพยาบาล
ช่วงนี้เอง เจ้าของร่างเดิมได้ปลุกความทรงจำในอดีตชาติขึ้นมา จึงไม่ยอมฟื้นคืนชีพอีกต่อไป
ดังนั้น เธอคนนี้จึงมา
น่าเสียดายที่เธอมาช้าไปก้าวหนึ่ง
หยกที่เจ้าของร่างเดิมสวมติดตัวตลอดเวลา ถูกยายใจร้ายของเธอฉกไปเสียแล้ว
หลังจากเธอกลับมาจากโรงพยาบาล ยายเฒ่านั่นก็ขึ้นรถไฟกลับไปแล้ว
ก่อนที่วิญญาณของเจ้าของร่างเดิมจะสลายไปจนสิ้น ยังนับว่าทำเรื่องดีไว้อย่างหนึ่ง
คือทิ้งทุกสิ่งที่ตนรู้ไว้ในความทรงจำ
หลังจากซูม่อเฉียนย่อยความทรงจำที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้จนหมด ดวงตากลมโตดุจหินออบซิเดียนเบิกกว้างด้วยความโกรธ มือน้อยอวบชูนิ้วกลางขึ้นฟ้า
คุณหนูใหญ่ที่เด็ดขาดเฉียบขาดอย่างเธอ ในโลกนี้กลับเป็นแค่ตัวประกอบไร้บทบาท
แถมยังเป็นตัวประกอบประเภทอูฐผู้ทนทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ไม่เพียงต้องปรนนิบัติพ่อเฮงซวยแม่เลี้ยงและครอบครัวใหญ่ ถึงฤดูทำนาเก็บเกี่ยว ยังต้องกลับบ้านนอกไปดูแลปู่ย่าตายายกับครอบครัวใหญ่ที่ต่างจังหวัด
ซักผ้า ทำอาหาร ดูแลเด็ก ๆ ให้อาหารไก่เป็ด ทำงานในไร่...
เธอยุ่งเป็นลูกข่าง
ส่วนคนอื่นว่างงานราวกับท่านเจ้าขุนมูลนาย...
บ้าเอ๊ย! ตัวประกอบแบบนี้เธอไม่เอาหรอก
ใครอยากเป็นก็เชิญ
ที่ทำให้เธอยิ่งโมโหก็คือ แม่เลี้ยงมีลูกเก่งเหมือนหมู
แถมออกมาเป็นคู่ แถมยังสามคราว
คู่แฝดคู่หนึ่งก็ว่าไม่ได้แล้ว อีกสองปียังมาออกแฝดสามอีก
เด็กผู้ชายห้าคน
เจ้าของร่างเดิมในฐานะพี่สาวคนโต ก็เหมือนสาวใช้ คอยปรนนิบัติพวกมันจนโต ยังต้องจัดการงานบ้านอีกต่างหาก
ส่วนน้องสาวบุญธรรมก็เหมือนเจ้าหญิงน้อย แค่แต่งตัวสวย ๆ ก็พอ
กระทั่งแม่เลี้ยงเองสุดท้ายยังกลายเป็นภริยาผู้บังคับบัญชาที่สง่างามผุดผ่อง
เด็กชายทั้งห้ายังถูกแม่เลี้ยงสั่งสอนให้ต้องปกป้องพี่สาว
ดังนั้นหลังจากน้องชายทั้งห้าเติบใหญ่ หัวใจและสายตาทั้งหมดจึงมอบให้กับพี่สาวรองผู้อ่อนโยนและมีจิตใจดีงาม
ส่วนเรื่องพี่สาวคนโต เวลาหลายคนพูดถึง สีหน้าล้วนเต็มไปด้วยการดูถูกดูแคลนและไม่ใส่ใจ
กระทั่งคำว่าแค่คนรับใช้ ก็ทำให้การทุ่มเทของพี่สาวคนโตกลายเป็นสิ่งสมควร
หลังจากซูม่อเฉียนดูภาพเหตุการณ์ทีละฉาก ๆ นี้จบ ปฏิกิริยาแรกก็คือจะบีบคอพ่อเฮงซวยก่อน แล้วค่อยวางยาพิษคนอื่นให้ตายตาม
แต่เมื่อเห็นมือเล็กเท้าน้อยของตัวเอง ก็จำต้องเลิกล้มความคิดนี้ไปก่อน
...
ทางฝั่งพ่อเฮงซวยมีแม่เลี้ยงเจ้าเล่ห์สุดแยบยลกับน้องสาวบุญธรรมดอกบัวขาว
ทางบ้านนอก ยังมีหลานลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่กำลังจะเกิดใหม่
หลานสาวลูกพี่สี่คนนี้ ทว่าเป็นดั่งเด็กนำโชคในสายตาของยายเฒ่า หลังจากตรุษจีนไปเล่นกับเพื่อนในหมู่บ้าน พลัดตกหลุมน้ำแข็ง
ป่วยไม่กี่วัน ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็เกิดใหม่
หลังเกิดใหม่ นางไปขอหยกของเจ้าของร่างเดิมจากยายเฒ่า
หยกนั่นไม่ใช่หยกธรรมดา ภายในมีมิติลับอยู่
นางอาศัยน้ำแร่วิญญาณในหยกกลายเป็นหมอเทวดาน้อยที่โด่งดัง ภายหลังยังรู้จักกับบุคคลใหญ่โตมากมาย แต่งงานกับมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิต
ส่วนเจ้าของร่างเดิมในภายหลัง ทำงานหนักจนเป็นโรค ตายก่อนวัยอันควร
ทุกคนในตระกูลซูเหยียบย่ำซากกระดูกของเจ้าของร่างเดิมใช้ชีวิตสุขสบาย กินดื่มอย่างเอร็ดอร่อย ไม่เคยมีใครนึกถึงการทุ่มเทของเจ้าของร่างเดิมเลยสักครั้ง
นี่ก็คือเหตุผลที่แม้เจ้าของร่างเดิมจะมีโอกาสเกิดใหม่ ก็ไม่ยอมกลับมาเช่นกัน
ดังนั้นสิ่งแรกที่ซูม่อเฉียนทำหลังจากตื่นขึ้นมา ก็คือการขัดขวางไม่ให้เด็กแสบรุ่นหลังเกิด
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม แม่เลี้ยงหลี่เยว่ตั้งท้องแฝดคู่แรกตอนแต่งงานเข้ามาได้เดือนที่สอง
ดังนั้นเดือนนี้เธอจึงต้องตื่นตัวตลอดเวลาเป็นสองเท่า
สิ่งที่สองที่เธอจะทำก็คือตอนตรุษจีนปีนี้ ต้องหาทางให้พ่อเฮงซวยพาเธอกลับบ้านนอกสักรอบ เพื่อเอาหยกมิติของเจ้าของร่างเดิมคืนมา ก่อนที่หลานลูกพี่น้องจะเกิดใหม่ แล้วหยดเลือดรับเป็นเจ้าของ
ซูม่อเฉียนพยายามฝืนลืมตา ซ่อนสมุดบัญชีไว้ในรูบนผนังใต้เตียง แล้วปีนขึ้นเตียง หามุมสะอาด ๆ นอนหลับไป
ส่วนตรงที่ถูกน้องสาวบุญธรรมซูหวั่นเถียนฉี่รดเปื้อนผืนนั้น เธอไม่มีแรงจะไปสนแล้ว
ก่อนจะหลับยังด่าแม่เลี้ยงหลี่เยว่ในใจว่าทำตัวไม่เป็นคน เมื่อซูหวั่นเถียนเพิ่งสูญเสียพ่อไปไม่ถึงครึ่งปี ก็เปลี่ยนนามสกุลให้เสียแล้ว
ไม่กลัวว่าอดีตสามีจะถีบฝาโลงขึ้นมาคิดบัญชีรึไง
พอฟ้าเริ่มสาง ซูม่อเฉียนในห้วงกึ่งหลับกึ่งตื่น เหมือนได้ยินเสียงประตูรั้วเปิด
กว่าหนึ่งเดือนมานี้ ซูม่อเฉียนมีนิสัยนอนหลับๆตื่นๆ อยู่แล้ว
นอกเหนือจากตอนพ่อเฮงซวยออกไปทำภารกิจ กับตอนแม่เลี้ยงเป็นประจำเดือน เธอจะนอนในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นตลอด
ขอเพียงได้ยินเสียงเคลื่อนไหว เธอจะต้องตื่นให้ทัน
จุดประสงค์มีเพียงหนึ่งเดียว คือขัดขวางไม่ให้พ่อเฮงซวยกับแม่เลี้ยงร่วมห้องกัน เดือนนี้ยิ่งสำคัญเป็นพิเศษ
ช่วงนี้เธอเองก็พยายามอย่างมากแล้ว ยาเม็ดทำหมันที่เธอปรุงขึ้นยังขาดตัวยาอีกสองอย่าง
แค่ไปช่วยงานคุณปู่หวังอีกสองครั้ง ตัวยาทั้งสองชนิดก็จะครบแล้ว
ส่วนทางฝั่งคุณปู่หวัง ต่อให้ทุบตีเธอก็ไม่มีทางบอกคุณปู่หวังหรอกว่า ตัวยาพวกนั้นที่ถูกหนู กระต่าย ไก่ป่ามากัดกินนั้น เป็นฝีมือของเธอ
เมื่อเตียงไม้ในห้องพ่อเฮงซวยส่งเสียง 'อ๊อดแอ๊ด อ๊อดแอ๊ด' ดังขึ้นอีกครั้ง ซูม่อเฉียนถึงกับตาลุกวาวด้วยโทสะ
สองคนนี้จะเอายังไงกันแน่!
เรื่องแบบนี้... ยังมีเหตุให้ต้องทำต่ออีกเรอะ?
ถ้าทั้งสองทำสำเร็จ งั้นเมื่อคืนเธอก็เปล่าประโยชน์หนักหรือไง!
ซูม่อเฉียนที่โกรธสุดขีด ลากซูหวั่นเถียนที่กำลังหลับใหลมาจนชิดขอบเตียง แล้วยื่นเท้าน้อยๆ ออกไป เตะใส่ก้นซูหวั่นเถียนเข้าเต็มแรง
แล้วเสียง 'ตุบ' ก็ดังตามมา
พร้อมกับเสียงร้องไห้โหยหวนระงม 'อ๊า~ อ๊ากก~'