ตำรวจประจำเขตที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยปลอบเจ้าของบ้านที่กำลังโศกเศร้า แล้วฉวยโอกาสแนะนำว่า
“พี่สาวครับ คนนี้คือหัวหน้าถังที่ทางเบื้องบนส่งมาดูแลคดีของพี่โดยเฉพาะ พี่วางใจได้เลยครับ มีเขาเป็นหัวหน้าสืบคดี รับรองว่าคดีนี้จะต้องกระจ่างแน่นอน”
เขาเปลี่ยนเรื่องแล้วถามเสียงเบาว่า
“จริงสิครับพี่ ทำไมพี่เขยถึงไม่อยู่ด้วยล่ะ”
แววขมขื่นเอ่อคลอในดวงตาของเจ้าของบ้าน เสียงของเธอยังคงสะอื้นไม่หาย
“นอนอยู่โรงพยาบาลค่ะ พอได้ยินว่าพบศพของลี่ลี่แล้ว เขาก็ตกใจจนหายใจแทบไม่ออก เกือบเป็นลมไปตรงนั้น ยังดีที่เพื่อนบ้านช่วยโทรเรียกรถพยาบาล แล้วรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลค่ะ”
หลังจากเดินออกจากร้านสะดวกซื้อเล็ก ๆ มาแล้ว ถังอวี้ก็ให้ตำรวจประจำเขตที่มาช่วยงานกลับไป จากนั้นจึงถามจี้หนิงเสียงเบา
“พบอะไรไหม”
จี้หนิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า
“มีปัญหาอยู่จริง ๆ ค่ะ แต่รายละเอียดฉันยังต้องให้ท่านเซียนช่วยตรวจสอบก่อน”
ถังอวี้พยักหน้า กวาดตามองรอบ ๆ แล้วเห็นโรงแรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง พาหลี่เฟิงกับจี้หนิงไปที่นั่น แล้วเปิดห้องพักรายชั่วโมงที่มีหน้าต่างและมีพื้นที่กว้างกว่าห้องอื่นทันที
“ห้องพักรายชั่วโมง ชั่วโมงละสิบหยวน ขั้นต่ำสองชั่วโมง จะพักกี่ชั่วโมง”
เจ้าของโรงแรมเล็ก ๆ ถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง เจือความรำคาญอยู่เล็กน้อย
“สองชั่วโมง”
ถังอวี้ตอบเสียงเย็นชา พร้อมหยิบบัตรประชาชนและเงินยี่สิบหยวนวางบนเคาน์เตอร์
จัดการขั้นตอนเรียบร้อย ทั้งสามก็รับกุญแจห้องแล้วเดินไปถึงห้องนั้น ถังอวี้ก้าวเข้าไปก่อน ยืนอยู่ริมหน้าต่างมองออกไปด้านนอก จากนั้นจี้หนิงกับหลี่เฟิงจึงเดินตามเข้าไปในห้องที่ไม่ใหญ่นัก
หลี่เฟิงตรวจดูบริเวณนอกประตู ก่อนปิดประตูห้องให้สนิท แล้วหยิบเครื่องรางกั้นสัญญาณออกมาพลางท่องคาถา
“บัญชาไท่ชิง หมอกทมิฬแผ่คลุม สี่ทิศปิดกั้นเสียง หมื่นเสียงซ่อนเร้น หูปีศาจยากสอดส่อง เสียงลอบฟังดับสิ้น ข่ายพลังคุ้มครองห้อง สงบนิ่งดังเดิม รีบดำเนินตามคำสั่ง รีบ!”
เมื่อจัดการเรียบร้อย หลี่เฟิงก็หันไปมองจี้หนิง เธอวางเป้ลงแล้วหยิบกระถางธูปกับธูปหอมออกมาจากข้างใน
