ทั้งสองได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน อากาศในห้องราวกับถูกแต้มด้วยสีแดงระเรื่อ
อาศัยแสงจันทร์ กู้ หมิงเยวี่ยนเห็นขนตาของเธอสั่นไหวเบา ๆ ราวกับปีกผีเสื้อ
หวานเหวินเกร็งไปทั้งตัว ความทรงจำจากชาติก่อนห่างไกลเหลือเกิน ในคืนฝนพรำตอนที่ฤทธิ์ยากำลังออก เธอจำเรื่องราวได้เลือนราง
ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกายในตอนนี้มีกลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ ไม่เหม็นกลิ่นบุหรี่อย่างเกา ฉางหลินแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปทีละวินาที อุณหภูมิในห้องก็ยิ่งสูงขึ้น
ฝ่ามืออุ่น ๆ ของกู้ หมิงเยวี่ยนลูบไล้แก้มเธอ แผ่วเบาและเนิบนาบ
หวานเหวินไม่ได้รู้สึกต่อต้าน กลับกัน เธอมีความปรารถนาที่ควบคุมไม่อยู่
ราตรีโหมคลื่น แสงเงาที่ทอดบนกำแพงไหวระริกราวกับอยู่ในสายน้ำ วัชพืชเพียงถูกจุดประกายก็ลุกลามเป็นไฟทั่วทุ่งได้
ตอนหวานเหวินตื่น ฟ้าก็เพิ่งเริ่มสาง
ที่นอนข้างกายว่างเปล่า แต่บนหมอนยังมีรอยบุ๋มจาง ๆ ราวกับเจ้าของเพิ่งลุกไปได้ไม่นาน
เธอไม่ได้ลุกขึ้นทันที เพียงนอนมองเพดานอยู่ตรงนั้น
ร่างกายยังคงมีปฏิกิริยา ลำคอแห้งผาก เอวปวดเมื่อย ที่แท้คำบรรยายในนิยายที่ว่า “เนื้อตัวราวกับถูกบดขยี้มา” ก็เป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง
ที่แท้ผู้ชายแต่ละคนก็แตกต่างกันจริง ๆ
เคยคิดมาตลอดว่ามีแต่เห็ดทะเล ที่ไหนได้ยังมีเห็ดเป๋าฮื้อด้วย
ที่แท้แผ่นไม้ก็ไม่ได้รับน้ำหนักได้แค่สามนาที ยังพักครึ่งทางแล้วต่ออีกครึ่งชั่วโมงได้ด้วย
ที่แท้...
ชาติก่อนเธอกินแต่อุจจาระมาตลอด
ด้านนอกประตูรั้วมีเสียงจักรยานดังขึ้น
หวานเหวินลุกนั่ง รวบผมให้เรียบร้อย แล้วลงจากเตียงสวมรองเท้า
เธอเซเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมา ในที่สุดเธอก็ได้เป็นนางเอกนิยายสักครั้ง
ไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงประตูรั้วเปิด ตามด้วยเสียงจักรยานถูกเข็นเข้ามา
