จิตสัมผัสของกู้เฉินสั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
ความฝันมาถึงตอนนี้ กลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงสตรี ช่างเป็นจริง ชัดเจนถึงเพียงนี้!
จิ่วหยวน?
หลุดพ้น?
ดวงแท้?
ทั้งหมดนี้คือสิ่งใด?
ขณะกำลังขบคิดความหมายของประโยคนี้ ความรู้สึกสูญเสียรุนแรงยิ่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าก็พลันโถมเข้าใส่จิตใจ เกือบจะทำให้จิตสัมผัสของเขาแตกสลายไปหมดสิ้น!
'เกิดอะไรขึ้น?!'
กู้เฉินฝืนอดทนต่อความรู้สึกที่สาหัสกว่าความตายนี้ ไม่อาจเข้าใจได้เลยว่า ความฝันนี้เขาเคยผ่านมานับครั้งไม่ถ้วน แต่เพิ่งจะทุกข์ทรมานเช่นนี้เป็นครั้งแรก!
'หรือว่า...'
'ข้าจะต้องตายอีกครั้งงั้นหรือ?'
เพิ่งคิดมาถึงตรงนี้
สตรีลึกลับผู้ 'ขอยืม' สิ่งของไปแล้วนั้น ก็เดินมาถึงเบื้องหน้าเขาแล้ว ยกนิ้วหยกขึ้นหนึ่งนิ้ว ราวกับรวมกฎเกณฑ์แห่งคีรีทั้งปวงไว้ แล้วจิ้มลงมา!
"สิ่งนี้ขอยืมให้เจ้าชั่วคราว"
"ประคองร่างที่แตกสลายของเจ้า ตรึงจิตวิญญาณที่กระจัดกระจายของเจ้า ให้โลหิตเนื้อฟื้นคืน ให้ญาณวิญญาณกลับแจ่มชัด"
เสียงเย็นชาของสตรีดังขึ้นคลอตาม
ลำแสงสว่างจุดหนึ่งร่วงหล่นลงอย่างแผ่วเบา สะท้อนเข้าสู่จิตสัมผัสของกู้เฉิน ความรู้สึกสูญเสียมหาศาลที่เกือบทำให้จิตสัมผัสของเขามลายหายไปพลันอันตรธานไร้ร่องรอย!
'นี่คือ...'
หลังจากตื่นจากความฝันนับครั้งไม่ถ้วน กู้เฉินล้วนค้นหาอยู่เสมอ อยากรู้ว่าสิ่งของที่สตรีในฝันให้แก่เขานั้นคือสิ่งใดกันแน่ เพียงแต่ไม่เคยพบเจอสิ่งใดเลย
ทว่าบัดนี้—
เขาได้เห็นเป็นครั้งแรกแล้วว่าสิ่งของนี้คืออะไร!
เศษกระดูกชิ้นหนึ่ง!
เศษกระดูกขาวดุจหิมะขนาดเท่าฝ่ามือ ส่องประกายแสงสีคราม!
ที่ยิ่งทำให้เขาตะลึง!
คือความรู้สึกที่เศษกระดูกนี้ให้แก่เขา กลับยิ่งล้ำลึกและศักดิ์สิทธิ์เหนือกว่ากลิ่นอายของสตรีผู้นั้นมากมายนัก!
ตูม!
ในขณะนั้นเอง!
ในจิตสำนึกของเขาพลันเกิดเสียงฟ้าคำรามขึ้น ยังไม่ทันที่ความฝันจะสิ้นสุด เศษกระดูกลึกลับนั้นก็ระเบิดแตกสลายในพริบตา กลายเป็นอักขระลึกลับไร้ที่สิ้นสุด อัดแน่นเต็มไปหมด แสงสว่างพร่างพราย ล้ำลึกและสูงส่ง ราวกับดวงดาวนับหมื่นล้านในคีรีทั้งปวงที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้า!
ความโอหังถึงขีดสุด!
ความเย่อหยิ่งถึงขีดสุด!
ความไร้เทียมทานถึงขีดสุด!
นี่!
คือความรู้สึกแรกของกู้เฉินเมื่อได้เห็นอักขระเหล่านี้!
ยังไม่ทันได้พินิจดูอย่างละเอียด!
ท้องนภาค็พลันดับวูบ อักขระเต็มฟากฟ้าได้กระจายหายไปสู่ที่ใดสักแห่ง สงบนิ่งและซ่อนเร้นลง มีเพียงส่วนน้อยนิดเท่านั้นที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปมาในวิถีอันล้ำลึกเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจ!
ภายใต้การหมุนเวียนของอักขระ ยังแฝงไว้ด้วยจังหวะพิเศษที่มิอาจอธิบายได้ ราวกับมีมนตร์ขลังอันมิอาจบรรยาย
ในภวังค์
ข้างหูของกู้เฉินพลันเกิดเสียงลำธารน้อยไหลรินขึ้นมา แฝงไว้ด้วยความหมายของสายน้ำที่ไหลเอื่อยต่อเนื่อง และกัดเซาะอย่างมั่นคง
โดยไม่รู้ตัว เขากลับถูกความหมายพิเศษนี้ดึงดูดจนหมดสิ้น ห้วงจิตแน่วแน่จมดิ่งลงไปในนั้น
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเพียงใด
ราวกับชั่วพริบตา ราวกับหมื่นปี อักขระหมุนวนไปไม่รู้กี่พันกี่หมื่นรอบ จนกระทั่งวิถีการเคลื่อนพิเศษนั้น จังหวะอันล้ำลึกและมิอาจบรรยายนั้น และความหมายของลำธารน้อยที่ไหลเอื่อยต่อเนื่องและกัดเซาะอย่างมั่นคงนั้น ฝังลึกลงไปในกระดูกของกู้เฉินแล้ว ห้วงจิตของเขาจึงได้หลุดพ้นออกมาจากภวังค์นั้นอย่างสิ้นเชิง และได้สติกลับคืนมาโดยแท้จริง!
นี่!
กลับกลายเป็นคัมภีร์ฝึกฝนที่ไม่มีตัวอักษรใด ๆ บรรยายเลยแม้แต่น้อย ต้องอาศัยห้วงจิตเพียงอย่างเดียวในการเข้าถึง!
'เคล็ดลำธารทิพย์?'
แม้ในกระบวนการเข้าถึงจะไม่มีตัวอักษรใดปรากฏขึ้นเลย แต่เขากลับรู้ถึงชื่อของคัมภีร์ฝึกฝนนี้โดยสัญชาตญาณ!
ราวกับว่า—
เคล็ดวิชานี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ!
ที่สำคัญยิ่งกว่า!
เคล็ดลำธารทิพย์นี้ ก็เป็นเพียงบทนำเท่านั้น!
"ตูม——!!!"
ทันใดที่เขาเข้าถึงนามของเคล็ดวิชานี้ เจตจำนงอันเก่าแก่สูงสุด แทบจะทำให้หมื่นเต๋าคร่ำครวญยอมจำนน ก็พลันถ่ายทอดมาด้วย!
"ด้วยร่างมรรตัยสู่สู้มรรคาทรราช! ด้วยเลือดมรรตัยย้อมนภาสีคราม!"
"ด้วยกระดูกมรรตัยค้ำฟ้าดิน! ด้วยเรือนกายมรรตัยต้านห้าภัยพิบัติ!"
"ด้วยวิญญาณมรรตัยหล่อหลอมอมตะ! ด้วยชะตามรรตัยท้าฝืนความเป็นมรรคาลัย!"
"ด้วยหัวใจมรรตัยพิสูจน์ความเป็นไร้เทียมทาน! ด้วยปณิธานมรรตัยปราบปรามอดีตกาลทั้งปวง! ด้วยวิถีมรรตัยทะลวงสู่จุดสูงสุด!"
เจตจำนงนี้ไม่รู้ว่ามาจากที่ใด
และไม่รู้ว่าจะมุ่งหน้าไปทางไหน
สะเทือนจิตของกู้เฉินจนว่างเปล่าไปหมด เหลือเพียงความคิดเดียว
เหตุใด ถึงไม่เหมือนกับที่ท่านเตี่ยว่าไว้เลย?
……
ในเวลาเดียวกัน
ที่ด้านนอกหมู่บ้านจื่ออวิ๋น
ท่านเตี่ยที่ถูกป้าหลี่ไล่ตะเพิดไปไกลหลายลี้ หลังจากพ้นจากการถูกไล่ล่าอย่างยากลำบาก ก็ไปนั่งยอง ๆ อยู่ในดงพุ่มไม้ คิ้วขมวดมุ่น ใจเต็มไปด้วยความกังวล ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยและฉงน
"ไม่ถูกนะ เป็นไปได้อย่างไร..."
……
ท่านเตี่ยสับสน
ทว่ากู้เฉินไม่สับสนเลยแม้แต่น้อย
ใครถูกใครผิด... ไม่จำเป็นต้องพิจารณา ต้องเป็นท่านเตี่ยผิดแน่นอน ไม่อย่างนั้นท่านจะลงเอยได้อเนจอนาถเพียงนั้นหรือ?
มาตรฐานการตัดสินนั้นเรียบง่ายและโหดเหี้ยม
เป็นไปตามความประทับใจตายตัวที่เขามีต่อท่านเตี่ย
เพิ่งคิดมาถึงตรงนี้
'เส้นทาง' นับร้อยสายทั้งกว้างและแคบ ทั้งยาวและสั้น ก็แปรเปลี่ยนมาเงียบ ๆ ปรากฏตรงหน้าเขา
ไม่มีข้อยกเว้น
'เส้นทาง' เหล่านี้ไม่ตันไม่ทะลุ ก็ขาดสะบั้นโดยตรง แทบไม่มีเส้นใดเลยที่สมบูรณ์ มองดูน่าสมเพชเวทนานัก
'นี่คือ เส้นลมปราณของข้าหรือ?'
เมื่อผนวกกับบันทึกของเคล็ดลำธารทิพย์และคำพูดที่ท่านเตี่ยเผลอหลุดออกมาโดยไม่ตั้งใจในยามปกติ เขาก็ตัดสินได้ทันที
'ที่แท้... ข้าไม่สามารถฝึกฝนได้จริงหรือ?'
ขณะกำลังท้อใจ
เขากลับค้นพบอีกว่า บน 'เส้นทาง' ที่ต่างตันหรือขาดสะบั้นเหล่านี้ ยังคงมีภาพเงาจาง ๆ เลือนรางปรากฏอยู่
ดูจากรูปร่างแล้ว—
'โสมเกล็ดมังกร?'
เขาเพียงชำเลืองมองก็จำได้แล้ว รูปร่างของภาพเงานี้ ก็คือโสมเกล็ดมังกรที่เขากลืนลงไปก่อนหน้านี้!
ชั่วขณะที่เห็นโสมเกล็ดมังกร!
อักขระเหล่านั้นที่หมุนวนไม่หยุดก็พลันกระจายร่วงหล่น ลงไปยัง 'เส้นทาง' ที่แตกสลายของเขาเส้นแล้วเส้นเล่า ส่วนเคล็ดลำธารทิพย์ลึกลับที่จารึกลงในสัญชาตญาณของเขาแล้วนั้น ก็เริ่มทำงานด้วยตัวเอง!
ในพริบตา!
ภาพเงาของโสมเกล็ดมังกรนั้นก็สั่นไหวเบา ๆ ก่อนที่จะสลายตัวไปเรื่อย ๆ กลายเป็นฝนแสงที่โปรยปราย หลอมรวมเข้าสู่ 'เส้นทาง' เหล่านั้น!
ฝนแสงนั้นละเอียดราวเส้นผม
ทว่ามีข้อดีตรงที่ต่อเนื่องไม่ขาดสาย มาบรรจบกันเป็นลำธารสายเล็ก ๆ มากมายใน 'เส้นทาง' เหล่านั้น!
ลำธารเล็ก ๆ ดูแสนธรรมดา แต่ดูเหมือนจะมีพลังศักดิ์สิทธิ์ในการหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง เมื่อบวกกับพลังโอสถของโสมเกล็ดมังกรแล้ว 'เส้นทาง' ที่อุดตันเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ถูกทะลวงให้ทะลุ และ 'เส้นทาง' ที่ขาดสะบั้นเหล่านั้น ก็ค่อย ๆ ได้รับการฟื้นฟู!
การค้นพบนี้ ทำให้กู้เฉินดีใจจนเกินคาด!
แม้จะเป็นเพียงการฝึกฝนในความฝัน แต่นั่นก็นับว่าเป็นการฝึกฝนแล้ว!
บัดนี้
เขาไม่สนใจสิ่งอื่นอีก ปล่อยวางจิตใจ กำจัดความคิดฟุ้งซ่าน เริ่มพยายามใช้เจตจำนงนำทางการไหลเวียนของลำธารเล็ก ๆ เหล่านั้น!
เสียงสายน้ำไหลเอื่อยดังก้องขึ้นอีกครั้ง
ติ๋งต๋องกังวาน ไพเราะจับใจยิ่งนัก
และความเร็วในการฟื้นฟูและทะลวงเส้นลมปราณของเขา กลับเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า!
ส่วนภาพเงาของโสมเกล็ดมังกรนั้น ก็สลายตัวไปจนหมดสิ้นแล้ว กลายเป็นพลังโอสถและแก่นปราณอันมหาศาล ตกลงสู่เส้นลมปราณของเขาทั้งหมด!
……
ในช่วงเวลาเดียวกัน
ในป่าเขาด้านนอก
ชายหนุ่มแผลเป็นเดินพลางสบถพลางไปตลอดทาง คำหยาบห้าส่วนยกให้โสมเกล็ดมังกร สามส่วนให้คุณชายผู้สูงศักดิ์ และสองส่วนให้กู้เฉิน
"แม่งเถอะ!"
"ช่างเลวจริง ๆ!"
"มันบอกว่าถ่ายออกมาได้ เจ้าก็เชื่อจริงหรือ? คนมันตายไปแล้ว จะถ่ายออกมาให้เจ้าได้ยังไง... เอ๊ะ? ใครอยู่ตรงนั้น! ออกมาเดี๋ยวนี้!"
ขณะกำลังด่าทออย่างเจ็บแค้น
เขาดูเหมือนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที สายตามองไปยังเงามืดในพุ่มไม้ไม่ไกล ใบหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง!
ในสถานที่เช่นนี้
ย่อมไม่มีผู้ใดมาปรากฏตัว หากมี ก็คือผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบเช่นกัน!
"เก็กเก็กเก็ก..."
เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความยั่วยวนและเย้ายวนดังขึ้น ในเงามืดของพุ่มไม้ สตรีผู้มีใบหน้างดงามเย้ายวน ร่างบางห่มคลุมด้วยผ้าบาง รูปร่างร้อนแรง แต่งกายโป๊บางอย่างยิ่งยวด เดินบิดเอวออกมา
"สำนัก... สำนักสวาทสมาน!"
เมื่อเห็นการแต่งกายของอีกฝ่าย ใบหน้าของชายหนุ่มแผลเป็นก็สั่นระริก ร่างกายก็พลอยสั่นสะท้านตามไปด้วย
"เหอะ ๆ..."
สตรีเอามือปิดปากหัวเราะเบา ๆ "เจ้ากลัวอะไร? กลัวข้ากินเจ้างั้นหรือ?"
ชายหนุ่มแผลเป็นยิ่งสั่นหนักกว่าเดิม
สตรีแห่งสำนักสวาทสมานน่ะ กินคนได้จริง ๆ !
"เจ้า... เจ้าอย่าเข้ามา!"
"เก็กเก็ก... ข้านี่ไม่เชื่อฟังหรอก! ศิษย์พี่ใหญ่กับพวกยังไม่มาเลย ข้าเบื่อหน่ายเหลือเกิน เจ้ามาเล่นกับข้าหน่อยสิ?"
สตรีหัวเราะพลาง ยิ่งเย้ายวนเร้าใจ ไร้ซึ่งการใส่ใจต่อคำขอของเขา เดินบิดเอวเข้ามาอย่างช้า ๆ ตรงหน้าอกขาวเนียนนุ่มนิ่มของนางก็สั่นไหวไปพร้อมกับชายหนุ่ม ความถี่เท่ากันเลยทีเดียว
นางมีใบหน้างดงามเย้ายวน
บนเรือนกายคล้ายจะมีกลิ่นอายพิเศษบางอย่างอยู่ด้วย
ยิ่งเดินเข้าใกล้
ดวงตาของชายหนุ่มก็ยิ่งแดงก่ำ เหตุผลก็ยิ่งน้อยลง
ในภวังค์
เขาเพียงรู้สึกว่าพลังเลือดลมในร่างถูกกระตุ้นเร้า ไม่หยุดที่จะไหลไปรวมกันที่จุดเดียวกัน... ทันใดนั้นก็ไม่กลัวอีกต่อไป!
"เอ๊ะ?"
ทันใดนั้น!
เท้าของสตรีก็ชะงักลง พบเห็นกู้เฉินที่นอนแน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อน คิ้วขมวด เอ่ยเสียงหวานว่า "เหตุใดถึงมีอีกคนได้? เจ้าชอบเล่นแบบนี้ด้วยหรือ?"
"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร!"
"มันตายไปพักหนึ่งแล้ว!"
ชายหนุ่มดวงตาแดงก่ำ เหตุผลสูญสิ้น เตะกู้เฉินออกไป เฮือกหนึ่ง เมื่อเห็นว่าสตรีไม่ยอมเข้ามา ก็คำรามแล้วโถมเข้าไป กอดสตรีไว้ในอ้อมอกอย่างแรง!
ในพริบตา!
เสียงหอบหายใจและเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังประสานประสานกัน
สามลมหายใจต่อมา
"ถุย!"
สตรีค่อย ๆ ลุกขึ้น จัดผ้าบางบนร่าง ใบหน้ายังมีร่องรอยวาบหวามแห่งวสันต์ฤดูไม่จางหาย แถมยังมีความไม่พอใจพาดผ่าน ถ่มน้ำลายพลางด่าว่า "สูงใหญ่เปล่า ๆ ที่แท้ก็เป็นพวกดูดีแต่ไร้ประโยชน์... สู้ศิษย์พี่ใหญ่ก็ไม่ได้!"
ขณะที่สายตาหมุนวน ความเย้ายวนก็บังเกิดโดยธรรมชาติ พลันไปจับจ้องที่กู้เฉิน!
"ช่างเป็นน้องชายที่รูปงามยิ่งนัก!"
"ดูเหมือน..."
"ยังเป็นชายบริสุทธิ์อีก?"
แววตาเปล่งประกาย นางก้าวไปข้างหน้า พิจารณาอย่างละเอียดอีกสองสามที ก็พลันขัดเคืองเป็นอันมาก
"น่าเสียดาย!"
"เตาหลอมชั้นดีเช่นนี้ ไฉนถึงได้ตายไปเสียแล้ว?"
เคล็ดวิชาของสำนักสวาทสมานนั้นพิเศษ
การสูบพลังชายบริสุทธิ์หนึ่งคน ย่อมเทียบเท่าชายหน้าแผลเป็นได้ถึงสิบคน
นางไม่ยอมแพ้ใจ
จึงก้าวไปข้างหน้าอีกสองก้าว ดูเหมือนจะพบสิ่งใหม่ ใบหน้าพลันดีใจ!
"เพิ่งตายไม่นาน ยังอุ่น ๆ อยู่เลย..."
เมื่อนึกถึงรางวัลจากการจัดอันดับต้น ๆ ของการทดสอบครั้งนี้แล้ว นางลังเลอยู่ครึ่งอึดใจ กัดริมฝีปากเบา ๆ ค่อย ๆ โน้มตัวลง... แนบชิดเข้ามา
"ถ้าอย่างนั้นก็... ฉวยตอนอุ่น ๆ นี้เลย?"