เดิมทีลี่เป่ยเหยากำลังนั่งเล่นตั๊กแตนสานจากหญ้าอยู่บนแท่นหิน พอได้ยินคำพูดนั้น แม้จะฟังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่นางก็จับคำว่า “มีลูก” ได้อย่างว่องไว จึงเงยหน้าขึ้นอย่างระแวดระวัง เผยฟันน้ำนมซี่เล็ก ทำท่าจะพุ่งเข้าไปกัดซูถัง
ลี่เป่ยเฉินไหวตัวทัน คว้าตัวน้องสาวขึ้นมา แล้วหยิบตั๊กแตนตัวเล็กที่เพิ่งสานเสร็จจากอกเสื้อมาแกว่งตรงหน้า
ความสนใจของลี่เป่ยเหยาถูกตั๊กแตนตัวใหม่ดึงดูด นางเอียงศีรษะพินิจอยู่สองครั้ง ในที่สุดก็เลิกล้มความคิดที่จะกัดคน รับตั๊กแตนมาแล้วตั้งอกตั้งใจพิจารณา
ซูถังกลอกตามองลี่เป่ยเจิงทีหนึ่ง ขี้เกียจต่อบทสนทนากับเขา
ผ่านไปครู่หนึ่ง ลี่เป่ยเหยาเล่นตั๊กแตนจนพอใจแล้วก็กระโดดลงจากแท่นหิน ดึงแขนเสื้อลี่เป่ยเฉิน พลางชี้ออกไปนอกถ้ำแล้วทำท่าทางสองสามอย่าง
ลี่เป่ยเฉินถามว่า “จะไปปลดทุกข์หรือ?”
ลี่เป่ยเหยาพยักหน้า จากนั้นผลักมือลี่เป่ยเฉินเบา ๆ ส่งสัญญาณว่าไม่ต้องตามไป
ลี่เป่ยเฉินชะงักไป ก่อนจะเข้าใจในทันทีว่าน้องสาวรู้จักอายแล้ว ไม่อยากให้พี่ชายตามไปช่วยทำธุระ เขาเกาศีรษะอย่างลำบากใจ แล้วหันไปมองลี่เป่ยเจิง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ซูถังก็ปัดฝุ่นบนมือ “ข้าไปเอง”
นางเดินไปตรงหน้าลี่เป่ยเหยา โน้มตัวลงแล้วยื่นมือออกไป “ไปเถิด พี่สาวจะพาเจ้าไป”
ลี่เป่ยเหยาเงยหน้ามองนาง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
นางยังคงระแวงสตรีผู้นี้อยู่บ้าง แต่ก็กลั้นปัสสาวะไม่ไหวแล้ว อีกทั้งในถ้ำก็ไม่มีสตรีคนอื่นให้ขอความช่วยเหลือ
