บ่าวรับใช้ของตำหนักหย่งอานวิ่งกันจ้าละหวั่น ราวกับทหารแตกทัพ นางพระชายาหย่งอานที่เมื่อครู่ยังท่าทางสงบนิ่ง บัดนี้กลับพลันกลายเป็นดั่งมดบนกระทะร้อน นั่งไม่ติดที่ กระวนกระวายยิ่งนัก
เซี่ยอวี่รั่วหวั่นใจอยู่ราง ๆ คิดจะฉวยโอกาสที่ผู้คนไม่ทันสังเกต ให้สาวใช้ของนางหลบออกไป ทว่าโดนองครักษ์ของอี้จื่อชวนสกัดไว้เสียก่อน “เจ้าจะไปไหน”
สายตาทุกคู่ตวัดมามองในบัดดล ใบหน้าของเซี่ยอวี่รั่วย่ำแย่ถึงขีดสุด ถึงกระนั้นก็ยังฝืนฉีกยิ้มที่อัปลักษณ์ยิ่งกว่าใบหน้ายามร่ำไห้ออกมา “ข้าออกมานานแล้ว เกรงว่าท่านแม่จะตามหาข้า จึงคิดให้สาวใช้กลับไปบอกกล่าวเสียหน่อย”
สตรีที่ผ่านสมรภูมิอสรพิษอย่างวังหลวงมาได้ ล้วนเป็นยอดคนทั้งสิ้น พระสนมซ่งเพียงกวาดตามองแวบเดียว ก็รู้ทันทีว่าสตรีนางนี้มีพิรุธ “เช่นนั้นก็เชิญท่านแม่ของเจ้ามาด้วยกันเถิด”
ใบหน้าของเซี่ยอวี่รั่วเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนเล่า ยังมิทันคิดหาข้อโต้แย้งใด อี้จื่อชวนก็เอ่ยขึ้นแล้ว “ไปเชิญใต้เท้าเซี่ยและฮูหยินเซี่ยมาที่นี่”
อี้จื่อชวนเหลือบมองเซี่ยเจี่ยนซีที่อยู่ตรงหน้า แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “จริงสิ ก่อนมาที่นี่ ข้าเองก็ได้ยินข่าวลือเรื่องที่คุณหนูเซี่ยหายตัวไปเหมือนกัน ตอนนั้นข้ารู้สึกว่ามันไม่ปกติอยู่บ้าง เพราะต่อให้เป็นข่าวลือ ก็ไม่มีทางแพร่กระจายได้รวดเร็วเพียงนี้ จึงส่งคนไปสืบดู ไม่เคยคิดเลยว่าจะจับพวกอสรพิษร้ายได้จริง ๆ สู้พาตัวมาให้หมดในคราวเดียวเลยเป็นไร”
เซี่ยเจี่ยนซีมองดูใบหน้าของเซี่ยอวี่รั่วที่ซีดขาวลงทีละน้อย ๆ ในใจก็อดรู้สึกสะใจมิได้
