อี้จื่อชวนมิได้กล่าวสิ่งใด เขาเพียงจ้องมองเซี่ยเจี่ยนซีตรงหน้าเนิ่นนาน สุดท้ายจึงยื่นมือออกรับทองก้อนนั้น “ตกลง!”
เมื่อฟางเจียวเจียวถูกเซี่ยเจี่ยนซีรับตัวออกจากห้องขัง นัยน์ตานางเต็มไปด้วยความหวัง “พี่เซี่ย…”
“ข้าเคยบอกแล้วว่าจะมารับเจ้าออกไป!” เซี่ยเจี่ยนซีกุมมือฟางเจียวเจียวไว้แน่น “สิ่งที่ข้ารับปากกับเจ้า ข้าไม่มีทางผิดคำพูดเด็ดขาด!”
“ข้าทราบดี เหตุนี้ข้าจึงไม่หวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย เพราะข้ารู้ว่าพี่ต้องมารับข้า พาตัวข้าออกไปจากที่นี่” ดวงตาฟางเจียวเจียวแดงก่ำ “ข้าจะได้ไปกับท่านแม่แล้วใช่หรือไม่!”
เซี่ยเจี่ยนซีมองฟางเจียวเจียวตรงหน้า ก่อนผงกศีรษะอย่างหนักแน่น “ข้าจะส่งพวกเจ้าสองแม่ลูกออกไปจากที่นี่ หลังจากนี้ชีวิตของพวกเจ้าจะไม่มีชายชรานั่นอีกต่อไป ช่วงครึ่งหลังชีวิตเจ้าสามารถทำทุกสิ่งที่เจ้าปรารถนาอย่างเต็มที่!”
เมื่อได้รับคำตอบ ฟางเจียวเจียวมิได้ส่งเสียงร้องด้วยความยินดี มิได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางเพียงจ้องมองเซี่ยเจี่ยนซีตรงหน้านิ่งงัน น้ำตาไหลรินราวกับเม็ดไข่มุกเม็ดใหญ่ร่วงหล่นทีละหยาด “จริงหรือ?”
“เป็นความจริงแน่นอน!” ทิงหว่านที่อยู่ข้างๆ ส่งบัญชีทะเบียนใหม่และฐานะใหม่ที่พวกนางเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ ใส่มือนางฟางเจียวเจียว “นับแต่นี้เจ้ามิใช่ฟางเจียวเจียวอีกต่อไป ไอ้แก่ไม่ตายดีนั่นก็จะไม่มีวันตามหาเจ้าพบ คุณหนูของเราจะส่งเจ้าไปเจียงหนาน ที่นั่นเป็นเขตอิทธิพลของตระกูลหลิน ไม่มีผู้ใดรังแกพวกเจ้าสองแม่ลูกได้อีก!”
เมื่อได้รับบัญชีทะเบียนฐานะใหม่ ฟางเจียวเจียวก็มิอาจกลั้นอีกต่อไป ซบหน้าลงบนบ่าของเซี่ยเจี่ยนซีแล้วร่ำไห้สะอึกสะอื้น
มารดาของฟางเจียวเจียวพบกับหย่งชางโหวตอนนางอายุหกขวบ นางยังจำได้ชัดเจนนัก วันนั้นมารดาจะซื้อลูกกวาดให้นางจึงพานางออกไปเดินตลาด
แต่ก็เป็นวันนั้นเอง ที่พวกนางพบกับปีศาจตนนั้น นับแต่วันนั้น ท้องฟ้าสีครามอันสดใสของพวกนางก็กลายเป็นสีเทาดำอันน่าสะพรึงกลัว
มารดาของนางถูกขืนใจ นางวัยหกขวบร้องไห้ตะโกนสุดชีวิต แต่ไม่มีผู้ใดยอมช่วยเหลือ ทั้งที่มีคนมากมายผ่านไปมา แต่ทุกคนล้วนเย็นชาราวกับไร้ชีวิต
