กำหนดการสามวันใกล้ถึงเส้นตาย
เงินก้อนนี้ต้องการอย่างเร่งด่วน แม้จะไม่เต็มใจ แต่เพื่อให้สามารถรวบรวมเงินให้ครบในเวลาอันสั้น เขาจำต้องยอมตัดใจสละร้านค้าที่ทำกำไรดีหลายแห่ง
ทว่าสามวันนั้นสั้นเกินไปนัก ต่อให้เป็นร้านที่การค้ารุ่งเรือง ก็มิอาจเปลี่ยนหน้าร้านเป็นเงินสดได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้
จนปัญญา เฮ่อหลานฉือได้แต่ลดราคาลง กระนั้นก็ตามจนถึงวันที่สาม ร้านค้าก็ยังไร้วี่แวว เมื่อเห็นว่าเส้นตายใกล้เข้ามา ไร้หนทาง เฮ่อหลานฉือจึงเตรียมไปกู้ยืมจากโรงรับจำนำ
ทางด้านเฮ่อหลานฉือร้อนรนราวกับมดบนกระทะร้อน ผู้ที่เป็นต้นเหตุอย่างเซี่ยเจี่ยนซี กลับกำลังนั่งอยู่ในโรงสุราที่ตั้งอยู่ติดกับร้านค้าตระกูลเฮ่อ มองดูเหล่านายร้านที่ยุ่งวุ่นวายเข้าออกด้วยสายตาเย็นชา
ไม่นานนัก ฉือเวยก็ผลักประตูเข้ามาด้วยท่าทางอิดโรยจากการเดินทาง
นางเดินมาเร่งร้อน ถึงตอนนี้ยังหอบไม่หาย ทิงหว่านจึงรีบส่งถ้วยชาใสให้นางจอกหนึ่ง “ดื่มชาสักหน่อยแล้วค่อยว่ากันเถิด”
ฉือเวยยกขึ้นดื่มหมดในรวดเดียว “คุณหนูคาดการณ์แม่นยำยิ่งนัก เฮ่อหลานฉือไปกู้ยืมเงินจากโรงรับจำนำมาจริง ๆ ยังดีที่คุณหนูให้ข้าไปจัดการกับโรงรับจำนำพวกนั้นไว้ก่อนหน้านี้ รับประกันได้ว่าเขาจะยืมไม่ได้แม้แต่สลึงเดียว”
เหยาจือที่อยู่ข้าง ๆ มีสีหน้าเหลือเชื่อ “ในเมืองเปี้ยนจิงมีโรงรับจำนำตั้งมากมาย พวกเจ้าทำเช่นไรกัน จึงสามารถทำให้พวกเขายอมไม่ให้จวนโหวหย่งชางยืมเงินได้หมดทุกแห่ง”
“คุณหนูของข้าตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน ก็ให้ผู้จัดการตามร้านของพวกเราไปแลกเปลี่ยนตั๋วเงินจำนวนมากกับโรงรับจำนำทุกแห่ง หากพวกเขาไม่ยอมช่วยเหลือในเรื่องเล็กน้อยนี้ เราเพียงแค่ไปขอแลกเปลี่ยนเป็นเงินสด ก็จะดึงเอาเงินทองของวันนั้นออกมาจนหมดเกลี้ยง ทำให้พวกเขาไม่มีทองแท้เงินแท้ให้หยิบจับ” ทิงหว่านตอบพลางสูดจมูกเบา ๆ
“อันที่จริงแล้วสำคัญที่สุดคือจวนของเรา ล้วนมีการติดต่อค้าขายกับโรงรับจำนำต่าง ๆ อยู่มิมากก็น้อย พวกเขาย่อมไม่ยอมเอาเรื่องกู้ยืมเงินแค่ครั้งเดียวมาเป็นศัตรูกับพวกเราเป็นแน่” เซี่ยเจี่ยนซียกถ้วยชาขึ้นจิบ แล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบา
