“ฮ่า ๆ ท่านพ่อ ลองทายดูสิว่าวันนี้ลูกได้ยินเรื่องอะไรข้างนอกมา?”
“น้องเล็กไปเมืองเฉิงตู ได้ยินว่าพักอยู่ที่ศาลชิงหยาง มีกลุ่มจอมยุทธ์พเนจรไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง พากันไปท้าประลองกับน้องเล็ก!”
“แล้วท่านพ่อรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น? น้องเล็กลงมือครั้งเดียว ปราณกระบี่สามฉื่อก็ทำเอาจอมยุทธ์พเนจรกลุ่มนั้นตกตะลึงจนยืนตาค้าง!”
“บัดนี้สมญานามเซียนกระบี่ชิงเหลียนของน้องไป๋เลื่องลือมาถึงเมืองเหมียนโจวแล้ว!”
“อีกไม่นาน ชื่อเสียงของน้องเล็กคงกึกก้องไปทั่วต้าถังเป็นแน่!”
ณ บ้านเกิดตระกูลหลี่ในเมืองเหมียนโจว หลี่ซือหน้าตาเบิกบานเดินพรวดพราดเข้ามาในโถงหลัก เสียงหัวเราะของเขาดังก้องจนฝุ่นบนคานร่วงกราว!
“เจ้าว่า...น้องเล็กใช้ปราณกระบี่ต่อสู้กับจอมยุทธ์พเนจรกลุ่มหนึ่งหรือ?”
หลี่เค่อได้ฟังข่าวแล้วมุมปากกระตุก หลี่ไป๋มีปราณกระบี่ร้ายกาจเพียงใด เขาเคยประจักษ์มาแล้ว ฟันแยกทองผ่าหยกได้ราวกับหั่นผัก!
ไม่รู้ว่าร่างกายของจอมยุทธ์พเนจรกลุ่มนั้นยังครบถ้วนดีอยู่หรือไม่?
“ช่างเถิด แม้เจ้าหนูนั่นจะเป็นคนชอบก่อเรื่อง แต่ยามลงมือก็ยังรู้จักหนักเบา คงไม่ถึงกับก่อเหตุเอาชีวิตคนตามอำเภอใจ”
“ไม่รู้ว่าไป๋เอ๋อร์จะไปถึงฉางอานเมื่อใด?”
“ด้วยความสามารถของไท่ป๋อ หากไปถึงฉางอานแล้ว ตระกูลหลี่ของข้าอาจมีผู้เป็นอาจารย์แห่งแคว้นต้าถังก็เป็นได้!”
ชายชราตัวเล็กยิ้มร่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความฝันและความคาดหวัง
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่ซือก็รู้จักกาลเทศะ เขากลืนข่าวอีกเรื่องที่สืบรู้มาเงียบ ๆ ลงท้องไป
